
ชำแหละแผนไทยเข้มแข็งแค่พยุงศก.ไม่มีแผนเชิงกลยุทธ์
นักวิชาการผ่าแผนไทยเข้มแข็ง ช่วยแค่พยุงเศรษฐกิจ ไม่ตอบโจทย์เรื่องสร้างภูมิคุ้มกัน กระจายการพัฒนา และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน แถมสร้างรายได้ไม่พอใช้หนี้ที่ก่อ ชี้ไม่มีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ต้องเทงบสานต่อในระยะยาวอีก
รศ.ดร.ปัทมาวดี ซูซูกิ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจับตานโยบายรัฐบาล (โพลิซี วอทช์) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวหัวข้อ ”ผ่าแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง” โดยระบุว่า การลงทุนในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ยังไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องการสร้างภูมิคุ้มกัน การกระจายการพัฒนา และการเพิ่มประสิทธิภาพทางการแข่งขันที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วางไว้ได้ น่าจะทำได้แค่เพียงพยุงเศรษฐกิจให้กลับเข้าสู่ระดับเดิม และไม่สามารถสร้างให้มีรายได้เพียงพอในการชำระหนี้ที่ก่อไว้ได้
“ข้อด้อยของแผนไทยเข้มแข็งฯ คือ ไม่ได้มาจากการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ไม่เป็นแพ็กเกจ ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงคุณภาพและเชิงโครงสร้าง จึงไม่มีพลังในการตอบโจทย์ไทยเข้มแข็งในระยะปานกลางและระยะยาว” รศ.ดร.ปัทมาวดีกล่าว
ทั้งนี้ สิ่งที่ชัดเจนในโครงการไทยเข้มแข็งฯ คือ มีความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบที่สอง มีการสานต่อโครงการเดิมๆ ที่ยังไม่ได้ทำหรือยังทำไม่เสร็จ สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น รางรถไฟ รถไฟฟ้า ระบบชลประทาน เป็นต้น และมีโครงการเกิดใหม่บ้าง เช่น โครงการตามแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ แต่ในเชิงงบประมาณที่ลงไปนั้นไม่มากนัก ขณะที่โครงการก็มีความไม่ชัดเจนคือ โครงการใหม่ยังขาดทิศทาง และเป้าหมายที่ชัดเจน และไม่สามารถตอบโจทย์ในแง่วิสัยทัศน์ของประเทศ
ตัวอย่างกรณีที่โครงการไทยเข้มแข็งฯ ไม่สามารถตอบโจทย์ด้านวิสัยทัศน์การมีภูมิคุ้มกันได้ เช่น ไม่ช่วยภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นฐานการผลิตของประเทศอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลให้เพียงแค่เงิน ผ่านโครงการเพิ่มทุนให้สถาบันการเงินไปปล่อยสินเชื่อเท่านั้น และยังให้การสนับสนุนงบในสินค้าไม่กี่ชนิด ขณะเดียวกัน การสนับสนุนด้านการผลิตและการตลาดนับว่ายังแยกส่วนกัน อีกทั้งยังไม่มีแผนพัฒนาสินค้าโอท็อป และยกระดับเอสเอ็มอี
ส่วนด้านขนส่งนั้น งบลงทุนเกือบครึ่งหนึ่งจะลงไปเพื่อพัฒนาถนน ขณะที่ ระบบราง ซึ่งควรมีเงินลงทุนมากสุดกลับมีน้อยกว่า และขนส่งทางน้ำ กลับไม่มีงบในการลงทุนเลย จึงมองว่า การทำระบบคมนาคมจะเป็นระบบเดิมๆ ฉะนั้น เรื่องเพิ่มประสิทธิภาพทางการแข่งขันของประเทศ จึงฝากความหวังไว้ไม่ได้
ด้าน ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลของการลงทุนจะสามารถสร้างรายได้มาชำระหนี้ในอนาคตได้หรือไม่ จะต้องรอดู ซึ่งต้องจับตาว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้เร็วจริงหรือไม่ ถ้าฟื้นตัวได้ ก็จะช่วยเรื่องการส่งออก การลงทุน ซึ่งก็จะเป็นตัวที่ทำให้รัฐบาลเก็บรายได้ได้มากขึ้น



