
“ปลัดมท."ยันไม่สรุปผลสอบพ่อเมืองสามหมอกยืดเต็มเทอม30วัน
ไม่สรุปผลสอบพ่อเมืองสามหมอกยืดเต็มเทอม30วันเตรียมแถลงแจงปชช.ขออย่ามโนเดา ชี้พ่อเมืองลับแลเตรียมแจ้งความเอาผิดแก็งค์ตัดต่อภาพนัวเนียสบึม.!สาวนกฮูกคาโต๊ะอาหาร
8 พ.ค. 60 – ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการแม่ฮ่องสอน กรณีถูกพาดพิงการซื้อบริการเยาวชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ถูกโยกย้ายมาประจำยังกระทรวงมหาดไทย ทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาจังหวัดแบบบูรณาการว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน โดยนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดมท. ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ผ่านไปได้เพียง 2 สัปดาห์ จากกรอบระยะเวลา 30 วัน ที่ผ่านมาเราจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน แต่เนื่องจากยังมีการสอบปากคำพยาน รวมถึงผู้เสียหายต่างๆยังไม่ครบ จึงขอใช้เวลาให้ครบภายใน 30 วัน เพื่อ เพื่อลงพื้นที่ไปสอบสวนให้ครบ
“ผมขอยืนยันกับ สื่อมวลชนอีกครั้งว่า กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้สรุปว่า ผลการสอบสวนผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนออกมาผิดหรือไม่ผิด การที่มีสื่อมวลชนบางรายไปสรุปแล้วว่า ผลสอบของกระทรวงมหาดไทยสรุปออกมาว่า ไม่ผิดนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ยืนยันว่า ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน” ปลัดมท. กล่าว
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาทางสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) เดินสายเรียกร้องให้หลายๆหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าว และให้ใช้มาตรา 44 ดำเนินการกับนายสืบศักดิ์ โดยอ้างว่า ผลสอบของกระทรวงมหาดไทยสรุปออกมาแล้วว่า ไม่ผิด นายกฤษฎา กล่าวว่า อย่างที่บอกไปแล้ว เรายังไม่ได้ข้อสรุป แล้วการตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯของกระทรวงมหาดไทย เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่มี ส่วนการจะใช้มาตรา 44 มาดำเนินการนั้น ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตามการสอบสวนครั้งนี้ ยืนยันว่า เราจะทำให้ถูกต้อง เรียบร้อย มีเหตุผล ในการมาแถลงให้ประชาชนรับทราบ ไม่อยากให้ทุกคนคาดเดาไป บางทีไปตั้งประเด็นกัน โดยที่กระทรวงมหาดไทยไม่ทราบเรื่อง เช่น การเข้าเครื่องจับเท็จ เราก็ยังไม่ทราบว่า จะมีการใช้หรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของการสอบสวนตามกฎหมาย เพื่อผลออกมาทุกฝ่ายจะได้ยอมรับ หากไปทำอะไรที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ ผลออกมาก็จะไม่มีการยอมรับ
นายกฤษฎา ยังกล่าวถึงกรณีการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การสอบสวนของกระทรวงมหาดไทยเราทำตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอาญา ซึ่งอยู่เหนือกว่าอยู่แล้ว เช่น หากต้องเข้าไปสู่ในระดับชั้นการพิจารณาของศาล แล้วมีผลออกมาว่า อย่างไร ทุกคนก็ต้องยอมรับตามสภาพที่คำพิพากษา หรือคำวินิจฉัยของศาลออกมา ถือว่า ไม่ได้ขัดแย้ง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่โซเชียล มีเดียได้มีการเผยแพร่ภาพชายที่มีใบหน้าคล้ายนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ อดีตผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ขณะนัวเนียอยู่กับหญิงสาวที่มีรอยสักรูปนกฮูกบริเวณหน้าอก รวมถึงภาพการลวนลามหญิงสาวบนโต๊ะอาหาร ปลัดมท. กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ แต่ทางผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ สามารถพิสูจน์ได้แล้วภาพที่เผยแพร่ออกไปเป็นคนละเหตุการณ์ ไม่เกี่ยวข้อง มีการตัดต่อ และกำลังจะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ว่าฯอุตรดิตถ์.



