ข่าว

จ่อแจ้งจับครูสาวลวงป.4จิ๊กเงินแม่4แสนซื้อของหรูออนไลน์

จ่อแจ้งจับครูสาวลวงป.4จิ๊กเงินแม่4แสนซื้อของหรูออนไลน์

07 พ.ค. 2560

แฉครูสาวโรงเรียนเอกชนอำเภอพรหมคีรีขายของออนไลน์ลวงเด็ก ป.4 ขโมยเงินแม่ 4 แสนมาซื้อของ ความแตกนัดคืนเงินเบี้ยว พ่อจ่อแจ้งความจับ 8 พ.ค.

       ความคืบหน้าเรื่องอื้อฉาวของครูสาวโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช หลังจากมีผู้ร้องเรียนผ่านเพจดังแหม่มโพธิ์ดำให้แฉถึงพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวที่ขายของออนไลน์ อาทิ ตุ๊กตาสกุชชี่ รองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ โดยมีเด็ก ป.4 นำเงินเกือบ 4 แสนบาทมาซื้อของ และเมื่อผู้ปกครองทราบเรื่องจึงเข้าร้องเรียนพร้อมนัดหมายให้ครูสาวคืนเงินเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น บริเวณแยกนอกท่า ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี แต่ปรากฏว่าครูสาวไม่มาตามนัดหมาย ล่าสุดเพจแหม่มโพธิ์ดำยังแฉว่าได้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่อ้างตัวเป็นญาติครูได้ไลน์ข้อความมาพยายามเคลียร์เรื่องราวทั้งหมด พร้อมพูดจาลักษณะข่มขู่ให้เรื่องจบๆ แถมยังอ้างชื่อคนดังในพื้นที่มาข่มขู่ด้วย ทำให้ครอบครัวของเด็กหวาดกลัวและต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย พร้อมแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ดีเอสไอคนดังกล่าวไว้ที่สภ.เมืองจันทบุรี และสภ.นบพิตํา จ.นครศรีธรรมราช

     เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้เข้าติดตามเรื่องที่เกิดขึ้นทราบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ อ.พรหมคีรี ระบุว่า เขตพื้นที่ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนใดๆ มาจากผู้ปกครองหรือได้รับรายงานข้อมูลจากทางโรงเรียน ซึ่งเรื่องนี้ยังคงเป็นเฉพาะตัวบุคคลไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษาที่ครูและเด็กสอนและเรียนอยู่ แต่ขณะนี้ทราบว่าผู้บริหารกำลังเร่งช่วยแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษาจะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอย่างเร่งด่วนในวันที่ 8 พฤษภาคม เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ

    มีรายงานว่าส่วนงานของเขตการศึกษาได้สืบสวนข้อมูลในเชิงลึกพบว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ปกครองทราบเรื่องว่าลูกถูกครูหลอกจึงเข้าพบผู้บริหารโรงเรียนแล้ว โดยผู้บริหารได้เรียกครูสาวมาพบผู้ปกครองและได้ทำบันทึกข้อตกลงไว้ที่โรงเรียนในการนำเงินมาคืน จากนั้นได้นัดหมายรับเงินคืนที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อบ้านนอกท่า แต่ครูสาวไม่ได้ไปพบโดยอ้างว่ามีเงินไม่พอ จากนั้นเรื่องจึงถูกร้องเรียนผ่านเพจจนเป็นข่าวขึ้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ กัน ขณะที่ผู้ปกครองนั้นเข้าใจว่ายังไม่อยากเผยข้อมูลผ่านสื่อมากนักเนื่องจากเกรงผลกระทบต่อธุรกิจและครอบครัว รวมทั้งการถูกข่มขู่จากบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตามที่เป็นข่าวในเพจ อย่างไรก็ตามในช่วงเที่ยงวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ผู้ปกครองจะไปแจ้งความเอาผิดครูสาวที่สภ.พรหมคีรีด้วย

    พี่สาวของนักเรียนหญิงชั้นป.4 ที่อ้างโดนคุณครูสาวหลอกให้ขโมยเงินพ่อแม่มาซื้อของนับแสนเล่าว่า ครอบครัวมีอาชีพรับซื้อมังคุดจากสวนไปขาย โดยแต่ละวันต้องเบิกเงินมาซื้อมังคุดจำนวนมาก ซึ่งบางวันจะมีเงินที่เหลือจากการซื้อมังคุดนับแสนบาท โดยแม่จะนำไปเก็บไว้ในตู้เซฟ ทุกครั้งก็จะให้น้องสาวที่เรียนชั้นป.4 นำไปเก็บ ซึ่งตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ครอบครัวไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งมานับเงินพบว่ามีบางส่วนหายไป แต่เมื่อสังเกตพบว่าน้องสาวมีความผิดปกติ เพราะมีโทรศัพท์มือถือใช้ มีของเล่นแพงๆ ทั้งที่ครอบครัวไม่ได้ซื้อให้ จึงเรียกมาสอบถาม ทำให้ทราบว่าขโมยเงินแม่ไปซื้อของกับครูที่โรงเรียน

     “ตลอดเดือนมีนาคมาได้ขโมยเงินไปถึง 12 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท เมื่อถามได้ความว่าครูสาวที่โรงเรียนมาบอกว่า ตอนนี้ลำบาก เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวต้องทำงานหาเงิน แถมยังต้องการเปิดโรงเรียนสอนดนตรี ด้วยเหตุนี้น้องเลยสงสารและแอบขโมยเงินพ่อแม่มาซื้อของที่ครูนำมาขาย” พี่สาวนักเรียนกป.4 กล่าว

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับครูสาวคนดังกล่าวพบว่าหารายได้พิเศษด้วยการขายของออนไลน์ โดยมีบุตร 1 คนได้เลิกรากับสามีไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก และพบว่ามีนามสกุลเดียวกับนักการเมืองบิ๊กเนมที่เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองคนหนึ่งของประเทศไทยด้วย