
ว่าด้วยกระบวนการและเนื้อหาของการแก้รัฐธรรมนูญ
กระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญในตอนนี้ไม่ได้เป็นคุณต่อประชาชนโดยตรง แต่กลับเป็นคุณต่อนักการเมืองในระบบเสียมากกว่า
เพราะเป็นการพยายามปลดล็อกปมความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างระบบการเมืองของรัฐธรรมนูญ 2540 และพลังการเมืองที่ได้ประโยชน์จากการล้มรัฐธรรมนูญ 2540 ผ่านการทำการรัฐประหารเมื่อปี 2549
แน่นอนว่าการแก้ และ/หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญนั้นย่อมมีผลต่อประชาชน แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ มาตราต่างๆ ที่พยายามเสนอแก้กันนั้นล้วนเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับ "ตัวแทน" ของประชาชนก่อน "ตัว" ประชาชนทั้งสิ้น และไม่ได้ทำให้ประชาชนสามารถมีอำนาจควบคุมตัวแทนของประชาชนได้มากขึ้น
อย่าลืมว่าการไม่สามารถควบคุมตัวแทนของประชาชนให้ปฏิบัติตามเจตจำนงของประชาชนได้นั้นเป็นข้ออ้างสำคัญของทั้งการทำรัฐประหารในสองครั้งหลัง โดยเฉพาะข้อกล่าวหาของการเป็น "เผด็จการรัฐสภา" และการโกงกินผ่านการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมาย
นั่นหมายความว่า เมื่อพิจารณาเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่สำคัญก็คือต้องพิจารณาทั้งเรื่องของ "ต้นทาง" (การได้มาซึ่งผู้แทนประชาชน) และเรื่องของ "ปลายทาง" (การกำกับให้ผู้แทนของประชาชนปฏิบัติตามเจตจำนงและผลประโยชน์ของเรา เมื่อเขาปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภา)
ผมขอเสนอประเด็นเพื่อถกเถียง (ไม่ได้เสนอให้เชื่อโดยไม่ได้ถกเถียง) เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสองมิติ
มิติแรกคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรพิจารณามุ่งเน้นไปที่ตัวการแก้ไข "กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" มากกว่าตัวเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่า สภานิติบัญญัติ (ซึ่งรัฐบาลก็มีที่มาจากสภาดังกล่าว) ควรเน้นการพิจารณากระบวนการแก้ไขให้เปิดกว้างเป็นที่ตกลงกันได้ของสังคม และทำให้คนที่ไม่อยากแก้ไขสามารถใช้กระบวนการดังกล่าวนี้ยืนยันว่าไม่ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้
ดังนั้นความสมานฉันท์ทางการเมืองจะเกิดขึ้นได้ก็โดยการทำให้ทุกฝ่ายนั้นสามารถมีบทบาทในกระบวนการแก้ไข/ยืนยันการไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญได้
ในมิติที่สอง ท่ามกลางข้อเสนอในเนื้อหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่าเราควรจะมองการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 3 ส่วน ในส่วนแรกคือ การ "แก้ไขกระบวนการแก้ไข" ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
ในส่วนที่สองคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องเฉพาะหน้าอย่างมีสติ ไม่ให้เป็นเรื่องของการแก้ไขเพื่อช่วยนักการเมืองที่หาประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 2540 และ/หรือนักการเมืองนอกรัฐธรรมนูญที่พยายามหาข้ออ้างในการลดทอนอำนาจของประชาชนจากรัฐธรรมนูญ 2540 โดยหันไปพึ่งการรัฐประหารและสร้างปมปัญหาผูกพันมาสู่รัฐธรรมนูญ 2550
ในส่วนที่สามคือ การสร้างความลุ่มลึกให้แก่รัฐธรรมนูญต่อเนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งในด้านหนึ่งได้ลงหลักปักฐานในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการตรวจสอบอำนาจรัฐและนักการเมืองแล้ว
สิ่งที่ต้องดำเนินต่อไปก็คือการพัฒนาเรื่องของหลักการอื่นๆ นอกเหนือจากหลักการสิทธิเสรีภาพ และหลักการการจำกัดอำนาจรัฐและนักการเมือง อาทิ หลักการเรื่องของ "ความยุติธรรม" ซึ่งจะทำให้สังคมนั้นสามารถเข้าใจได้ว่าภาพรวมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจะส่งเสริมความยุติธรรมได้อย่างไร และมองว่าความยุติธรรมคืออะไร
การพยายามพูดถึงความยุติธรรมนั้นจะเป็นการส่งเสริมให้เรามีสติและมีหลักการในการตกลงกันว่าอะไรคือวิธีคิดเรื่องความยุติธรรม และกฎหมายจะส่งเสริมความยุติธรรมอย่างไร (ไม่ใช่มองว่ากฎหมายนั้นคือความยุติธรรมเสียเลย)
และที่สำคัญจะทำให้เราสามารถตั้งคำถามกับนักกฎหมายและการกล่าวอ้างของนักกฎหมายได้มากขึ้นว่า พวกเขาคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องความยุติธรรมบ้าง



