ข่าว

บุกจับท่าทรายเถื่อนเมืองปายพัวพันรองผกก.ใหญ่

บุกจับท่าทรายเถื่อนเมืองปายพัวพันรองผกก.ใหญ่

07 พ.ค. 2560

ปทส. ลอบจับท่าทรายอิทธิพล แอบขุดทรายในแม่น้ำปาย หลังมีคำสั่งรองผบ.ตร.ให้กวาดล้าง แฉ เจ้าของเป็นนายตำรวจระดับรองผกก.ใหญ่ เบื้องหลังคดีค้ากาม "แม่ฮ่องสอน"

          7 พ.ค.60 - พ.ต.อ.พิบูลย์ เวียงจันทร์ ผกก.4 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 แม่ฮ่องสอน กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 ( ปางหมู ) เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู บุกเข้าจับกุมการลักลอบขุดหินทราย ในแม่น้ำปาย บริเวณหลังป่าช้าบ้านปางหมู หมู่ 1 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 รายคือ นายธวัชชัย บุญกิติ และนายทรงยศ การเพียร และร่วมตรวจยึดของกลาง 

         ประกอบด้วย 1. รถแบคโฮ สีเหลือง ยี่ห้อ Kobel Pc 200 จำนวน 1 คัน 2.รถตักล้อยาง ยี่ห้อ Komutssu สีเหลือง เลขเครื่อง DA600-54320 จำนวน 1 คัน  3. รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-1920 แม่ฮ่องสอน จำนวน 1 คัน  4. รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-1669 แม่ฮ่องสอน จำนวน 1 คัน  5. รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 80-1227 แม่ฮ่องสอน จำนวน 1 คัน 6. ตระแกรงร่อนทราย จำนวน 1 ชุด และ 7.สายพานลำเลียง จำนวน 1 ชุด รวมทั้ง 7 รายการมีมูลค่า 2,390,000 บาท

          สำหรับการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนว่า มีการประกอบกิจการท่าทรายในพื้นที่บริเวณบ้านปางหมู หมู่ 1 ต.ปางหมู ติดแม่น้ำปาย ด้านหลังป่าช้าบ้านปางหมู จึงได้เข้าทำการตรวจสอบและพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการขุดทราย และมีการบุกรุกถือครองพื้นที่สาธารณประโยชน์ เหตุจับกุมเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 5 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา เลขคดีอาญาที่ 150/2560 ของกลางบัญชีลำดับที่ 20/2560 โดยมี พ.ต.ท.วรธันย์ เครือจันทร์ต๊ะ สารวัตรสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นเจ้าของคดี

 

บุกจับท่าทรายเถื่อนเมืองปายพัวพันรองผกก.ใหญ่

 

          แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุว่า ท่าทรายดังกล่าวเป็นของนายตำรวจระดับรอง ผกก.นายหนึ่ง ในจ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่เบื้องหลังนางน้ำเพชร แม่ของน้องน้ำขิง ที่เข้าแจ้งความต่อ จนท.ปคม.ว่าบุตรสาวถูกบังคับค้าประเวณี จนมีการจับกุม ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ผู้ต้องหาคนแรกและตามด้วยแม่เล้าอีก 5 รายและเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 6 นายในหาพัวพันการค้ามนุษย์และซื้อประเวณีกับเด็กสาวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้ด.ต.ยุทธชัย เอาคืนและแฉว่า นายตำรวจคนดังกล่าว มีการดำเนินการผิดกฎหมายเรื่องการลักลอบขุดทรายในแม่น้ำปาย นำไปสู่การสั่งให้มีการจับกุม ในวันที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผบ.ตร.บินมาดูสำนวนและผู้ต้องหาที่ กองบังคับการตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา และคาดว่าอาจจะมีการจับกุมท่าทรายอีกหลายแห่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมคล้ายกัน

       สำหรับผลการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน รับคำร้องทุกข์ไว้ จำนวน 37 คดี มีผลการจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว จำนวน 9 คน และมีการจับกุมล่าสุด 6 คน รวมเป็นผู้ต้องหาทั้งหมด 15 คน สำหรับผู้ต้องหาอีก 6 คน ได้มีการประกันตัวสู้คดี ได้แก่ 1.ส.ต.ท.จิรวัฒน์ หรือโด้ นามวงค์พรหม ผบ.หมู่(นปพ.) กก.สส. ภ.จว.แม่ฮ่องสอน อยู่บ้านเลขที่ 68/3 ถ.ปางล้อนิคม ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต้องหาว่า พรากเด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร 2.พ.ต.ท.พงษ์นรินทร์ พลนำ ผบ.ร้อย ตชด.336 กองร้อย ตชด.336 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน อยู่บ้านเลขที่ 557 หมู่ 15 แขวงข่วงเปา เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ต้องหาว่า พรากเด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร 3.พ.ต.ท.มงคล ปันตี รอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 11 ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ต้องหาว่า พรากและพาเด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร 

          4.ด.ต.บุญหลง วงศ์โท๊ะ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน อยู่บ้านเลขที่ 12/7 ถ.ขุนลุมประพาส ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต้องหาว่า กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี พรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร 5. ร.ต.ท.อำนาจ ยะกาวิน รอง สว.(นปพ.) กก.สส. ภ.จว.แม่ฮ่องสอน อยู่บ้านเลขที่ 210 หมู่5 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต้องหาว่า กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี พรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และ 6. นายวิทยา หรือครูบอย ภูติรักษ์ อดีตครูโรงเรียนแม่ฮ่องสอนศึกษา ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 6 ต.ม่วงใหญ่ อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ต้องหาว่า กระทำชำเรา พรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร โดยการดำเนินการทางวินัยข้าราชการตำรวจที่เป็นผู้กระทำความผิดในคดีนี้ ผู้บังคับบัญชาตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงและให้ออกจากราชการ จำนวน 9 นาย