
พยายามหรือยัง
การเป็นปมร้อนๆ ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ วิทยุ อสมท เนื้อหาทำนองว่า พร้อมจะเจรจาและพร้อมจะหยุด
ที่ว่า "ร้อน" เพราะมันมี 2 ปม ที่ต้องขบคิด และ "ขยาย" เพื่อให้เห็นแง่มุมที่ซ่อนอยู่
หนึ่งคือ จริงแค่ไหนที่ ทักษิณ จะทำตามที่ว่า คือ หยุดเคลื่อนไหน หยุดสนับสนุน
แม้บทสัมภาษณ์ในช่วงต้นจะระบุว่า พร้อมหยุด พร้อมเจรจา แต่เนื้อหากลับเหยียดหยัน ว่าหากบอกให้หยุดแต่แรกก็เลิกไปแล้ว เพราะชนะมาเยอะแล้ว
แต่เมื่อเลยไปช่วงกลางๆ ถึงตอนท้าย ก็จะเข้าใจได้ว่า แท้จริงแล้ว ทักษิณ ไม่เคยคิดที่จะหยุดการเคลื่อนไหว และไม่รับรู้ว่าผลจากการเคลื่อนไหวในต่างแดนนั้น จะออกมาอย่างไร ใครจะได้รับผลกระทบ
ยังเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า "ไม่ได้รับความยุติธรรม"
ยังฝังใจว่า การเขียนหนังสืออนุญาตให้เมีย ไปซื้อที่ดินจากกองทุนฟื้นฟูเป็นการกระทำที่ถูกกฎหมาย
แต่ก็ไม่ได้โต้แย้ง ชี้แจง ว่า ขณะนั้น คุณหญิงพจมาน ซึ่งเป็นเมีย นั้นเป็น "เมีย นายกฯ" ไม่ใช่ "เมีย ทักษิณ" ที่หลบหนีโทษจำคุกเหมือนทุกวันนี้
ไม่ได้มองด้วยความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 เพราะเป็นผลลบต่อตนเอง
ที่ได้จากบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ก็คือ ทักษิณ ยังคิดว่า ยังอยู่ในภาวะที่ได้เปรียบ ...คำว่าพร้อมเจรจา ก็คือ พร้อมที่จะคุยเมื่อได้เป็นคนกำหนดเงื่อนไข เวลา สถานที่
แม้กระทั่งคนที่จะมาเจรจา ก็ต้องเป็นคนที่ ทักษิณ เลือก !
ส่วนอีกปมที่ต้องขยายก็คือเรื่อง "การสัมภาษณ์" ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง ทั้งในแง่ความเป็นสื่อ และคำถาม
จะว่าไป คำถามที่ผู้ดำเนินรายการถามไปนั้นก็เป็นเรื่องราวที่ใครต่อใครอยากจะรู้อยากจะถาม ...ติดอยู่แค่ว่า ยังถามไม่ถึง "ใจดำ" ของคนตอบ
ถ้าถามแทนได้ คงมีคนอยากถามว่า "จะอยู่เบื้องหลังป่วนบ้านป่วนเมืองไปอีกนานแค่ไหน?"
นั่นคือเรื่องคำถาม ส่วนตัวคนที่ถูกสัมภาษณ์นั้น คงไม่ต้องพูดถึง
การเลือกออกวิทยุช่องนี้ ไม่ใช่ความฟลุก หรือ เพราะสายสัมพันธ์อันดีกับผู้ดำเนินรายการ
แต่นี่คือ การ "เลือก" ของ ทักษิณ ที่กรองแล้วทั้งจังหวะ เวลา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองมากที่สุด
เห็นได้จาก ผู้ดำเนินรายการก็ยอมรับว่า ติดต่อ ทักษิณ ไปร่วม 2 เดือนแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์
จะบอกว่า 2 เดือน ทักษิณ ไม่มีเวลาว่าง นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทักษิณ ก็โฟนอินไปหลายต่อหลายที่ ถล่มรัฐบาล สร้างความหวังให้ทั้งชาวบ้านและตนเองว่าจะได้กลับมา โดยไม่ต้องติดคุก
พูดกันแบบตรงๆ นี่คือ "การใช้สื่อ" อย่างชาญฉลาดของทักษิณ !
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ใช้ "โฟนอิน" ก็สร้างความปั่นป่วนไปทั่ว
ม็อบแดงที่ไหน เมื่อไหร่ โฟนอิน เมื่อนั้น
เนื้อหา ก็ไม่ใช่แค่คนคิดถึงกัน พูดคุยกัน แต่ยังมีถ้อยคำที่โจมตีรัฐบาล โจมตีกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะมีสักกี่คนที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจว่า สิ่งที่ทักษิณพูดนั้น จะไม่ส่งผลต่อคนที่ไปชุมนุม
คนเหล่านั้น ซึ่งมีใจรัก ทักษิณ อยู่เป็นทุนเดิม มีโอกาสที่จะเชื่อว่า กระบวนการยุติธรรม ถูกแทรกแซงเหมือนอย่างที่ทักษิณ คิด-พูด ถามว่า ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร?
แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น "รัฐมนตรีน้องเดียว" ที่กำกับดูแล อสมท ก็ใช่ว่าจะเปิดโอกาสให้บุ่มบ่ามสั่งโน่นสั่งนี่ให้ จัดการเชือดรายการนี้ได้ทันที
"การแทรกแซงสื่อ" เป็นข้อหาร้ายแรงที่รัฐบาลทักษิณ เคยประสบ จะมาเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบในรัฐบาลนี้ได้อย่างไร
ไม่ว่าจะเป็นการสั่งตรวจสอบเป็นการภายใน หรือ เรียกหาสปิริตเพื่อชาติจากสื่อ
เพราะมันมีคำถามว่า หากรัฐบาลนี้หวั่นไหว หรือ หวาดผวากับการเคลื่อนไหวของ ทักษิณ อย่างที่ได้แสดงออกมา แล้วเหตุใดจึงไม่ใช้สรรพกำลังที่มีอยู่ ไปดำเนินการกับ ทักษิณ โดยที่กฎหมายรองรับเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเงิน หรือเส้นทางการเคลื่อนไหว ที่ไม่น่าจะเกินกำลังที่ รัฐบาลประเทศหนึ่ง ซึ่งลงนามร่วมกับประเทศสมาชิกจะกระทำได้
พยายามหรือยัง ก่อนที่จะร้องขอจากคนอื่น
ที่สำคัญมันน่าจะดีกว่า "เต้นเป็นเจ้าเข้า" อย่างทุกวันนี้ไม่ใช่หรือ?
ศรายุทธ สายคำมี



