ข่าว

แฉแกนนำพรรคร่วมหมกเม็ดรุกแก้190

แฉแกนนำพรรคร่วมหมกเม็ดรุกแก้190

07 ก.ย. 2552

แฉแกนนำพรรคร่วมหมกเม็ด รุกแก้ 190 เหตุหวังให้มีผลย้อนหลังนิรโทษกรรมคดีเขาพระวิหาร รองประธานวิป ปชป. รับหนักใจหวั่นกระทบคดีป.ป.ช. เปิดชื่อ 6 รมต.- 5 พรรคร่วมได้อานิสงส์ ประชาธิปัตย์อ้างหนุนแก้รธน.เหตุลงเรือลำเดียวกัน

 (7ก.ย.)นายวิรัช กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อลงเรือลำเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา เมื่อพรรคร่วมต้องการแก้รัฐธรรมนูญแม้เราอาจจะไม่เห็นด้วยในบางเรื่อง แต่ต้องคำนึงความรู้สึกของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมติประชุมวิปรัฐบาลวันนี้ ได้มีการหารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง ซึ่งวิปรัฐบาลมีมติให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อมีมติรายงานคณะกรรมการสมานฉันท์ชุด นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ซึ่งเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นสำคัญ โดยจะให้มีการอภิปราย 2 วัน ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพื่อจะทำให้เห็นทิศทางได้ชัดว่า สมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ และถ้าเห็นด้วยจะแก้มาตราไหน หรือเรื่องไหนสมควรทำประชามติ ซึ่งถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยก็ต้องนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญทันที


 นายวิรัช กล่าวต่อไปว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะเห็นด้วยตามเสียงส่วนใหญ่ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญต้องมีเสียงเห็นชอบ 2 ใน 3 ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วยโอกาสจะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็ยาก และประเด็นการนิรโทษกรรมพรรคร่วมไม่มีใครเอาด้วยแน่นอน ส่วนการตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 5 ปี นั้นส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าให้คงไว้ แต่ให้ตัดเรื่องการยุบพรรคออก

 “ที่ประชุมวิปรัฐบาลหลายคนแสดงความเป็นห่วงในข้อกฎหมาย ว่า ถ้ามีการแก้มาตรา 190 จะมีผลกระทบกับการสอบสวนและดำเนินคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในคดีที่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องคดีเขาพระวิหาร ที่ป.ป.ช.จะสรุปผลเร็วๆนี้ เพราะตามหลักกฎหมาย หากกฎหมายที่ออกมามีคุณ ย่อมมีผลย้อนหลังที่จะทำให้มีคนได้รับประโยชน์ถ้ามีการแก้มาตรา 190 ก็อาจมีคนได้ประโยชน์ตรงนี้เรื่องนี้หลายคนเป็นห่วง” รองประธานวิปรัฐบาลระบุ

 ทั้งนี้ กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีนางสมลักษณ์ จัดกระบวนพล เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน ได้สรุปผลการไต่สวนคดีเขาพระวิหารเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอให้ที่ประชุมใหญ่ป.ป.ช.ลงมติ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ โดยพบว่าอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ซึ่งตอนนี้มาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 คน จาก 5 พรรคการเมืองคือ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสตร์ รองนายกรัฐมนตรีจากชาติไทยพัฒนา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร.ต.ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จากเพื่อแผ่นดิน นพ. วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรครวมใจไทยฯ และนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคกิจสังคม ซึ่งที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลได้กดดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด จนในการรับประทานอาหารที่บ้านนาย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคร่วมใจไทยเมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายนที่ผ่านมาพบว่าเหล่าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการยื่นคำขาดให้ประชาธิปัตย์เร่งดำเนินการแก้รธน.โดยเร็วที่สุด

 นายศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาและอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า ขอให้จับตาการแก้ไขมาตรา 190 อย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการแก้มาตราดังกล่าวเสร็จก่อนการพิจารณาไต่สวนคดีที่คณะรัฐมนตรีชุดนายสมัคร มีมติให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งขัดมาตรา 190 เพราะหากกฎหมายเสร็จก่อนและคนเหล่านี้ได้รับชี้โทษทีหลัง กฎหมายก็จะเป็นคุณและมีผลย้อนหลังกลายเป็นการนิรโทษกรรมต่อรัฐมนตรีทั้ง 6 คนทันที

   “เมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องดูว่าจะมีกระบวนการที่ทำให้ ป.ป.ช. ดึงเวลาเพื่อให้กฎหมายออกมาก่อนหรือไม่ เพราะความเป็นไปได้มีสูง เพราะยุคใครมีอำนาจก็จะใช้อำนาจให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและพรรคพวกซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับวงจรการเมืองไทย แต่ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องของสังคม” นายศรีราชา กล่าว
 
 นายศรีราชา กล่าวว่า มาตรา 190 เขียนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในสมัยนั้น ซึ่งไปเซ็นสัญญาการค้าเสรีจนประชาชนรากหญ้าได้รับผลกระทบจำนวนมาก ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้การบริราชการแผ่นดินล่าช้าแต่มีเจตนาที่จะให้รัฐบาลรักษาผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ใช่ของคนบางกลุ่ม อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องแก้มาตราดังกล่าว แต่ควรทำกฎหมายลูกที่ระบุรายละเอียดและชนิด ประเภทของสนธิสัญญาที่จะต้องให้สภาเห็นชอบให้สอดคล้องกับมาตราดังกล่าวถือว่าเพียงพอแล้ว