ข่าว

กนช.สั่งทบทวนความเร่งด่วน งบฯ‘จัดการน้ำ’2.2  แสนล้าน

กนช.สั่งทบทวนความเร่งด่วน งบฯ‘จัดการน้ำ’2.2 แสนล้าน

08 พ.ค. 2560

กนช.ตีกลับงบแผนแก้น้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง หลังกรมชลฯเสนองบทะลุ 2 แสนล้าน หวั่นกระทบโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า

          พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่ากรมชลประทานเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค และอุตสาหกรรมภายใต้วงเงินงบประมาณ 2.2 แสนล้านบาท

         ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี เห็นชอบโครงการดังกล่าว แต่ไม่อนุมัติให้ดำเนินการเนื่องจากวงเงินว่าสูงเกินไป อาจกระทบโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ และโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า บัตรทอง จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย 

           "นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำ ไปจัดลำดับความสำคัญตามความเร่งด่วนให้ดำเนินการไปก่อน ในขณะที่โครงการดำเนินในระยะยาว 5-6 ปี ให้ท้องถิ่นไปเร่งหารือเสนอให้คณะกรรมการกลุ่มย่อย ที่ประกอบด้วย ท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณพิจารณาหลังจากนั้นให้เสนอกนช.อีกครั้ง

          นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันที่ 9 พ.ค.นี้กระทรวงเกษตรฯจะเสนอกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2561ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบก่อนเสนอ ให้สภานิติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาอีกครั้ง โดยมีกรอบงบประมาณรายจ่ายทั้งปีประมาณ 106,438.7411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.83% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2560 แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 47,252.8032 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4.47% คิดเป็น 44.39%ของกรอบงบประมาณทั้งหมด และงบประมาณรายจ่าย 59,185.9379 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68% เมื่อเทียบกับงบประมาณปี2560 หรือ คิดเป็น 55.61% ของวงเงินงบประมาณที่ขอจัดสรร

          ส่วนงบประมาณรายจ่ายจำแนกตามแผนบูรณาการได้ รวม 62,848.5043 ล้านบาท เช่น งบประมาณบริหารจัดการน้ำ ที่บูรณาการกัน 4 หน่วยงานคือ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และกรมฝนหลวง วงเงิน 42,771.8441 ล้านบาท หรือ 69%ของงบบูรณาการ งบประมาณสำหรับพัฒนาศักยภาพการผลิต 9,050.6727 ล้านบาท หรือ 14%ของงบบูรณาการงบประมาณในการเสริมสร้างความเข็มแข็งและยั่งยืนให้เศรษฐกิจ 7,267.7359 ล้านบาท หรือ ประมาณ 11%ของงบบูรณาการ ที่เหลือกระจายกันไปในกรมต่างๆ ที่รับผิดชอบโครงการบูรณาการมากน้อยต่างกัน 

         ด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์  รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะผู้รับผิดชอบและนำเสนอแผนงานดังกล่าวระบุว่าโครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มูลค่า 2.2.แสนล้านบาทนั้นเป็นเพียงกรอบวงเงินงบประมาณที่กรมชลประทานได้ทำการศึกษาไว้ทั้งหมด โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 5-6 ปี ซึ่งจะมีทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ซึ่งการดำเนินการโครงการทุกครั้งจะต้องขออนุมัติจากครม. โดยในปีงบประมาณ 2560 จะเร่งดำเนินการแผนระยะสั้นก่อน ซึ่งมีอยู่หลายโครงการในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง อย่างเช่นโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำสนามชัย-มหาชัย เป็นต้น

      "โครงการที่เสนอไปเป็นแผนระยะยาวที่ทางกรมชลได้ศึกษาไว้แล้ว ในกรอบวงเงิน 2.2 ล้าน ส่วนโครงการอะไรจะทำก่อนหลัง ร่วมกับหน่วยงานใดบ้างก็ต้องมาพิจารณากันอีกที แต่ก็มีโครงการเร่งด่วนหลายโครงการที่จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2560 นี้" ดร.สมเกียรติกล่าวทิ้งท้าย