ข่าว

ส.ส.-ส.ว.152คนยื่นร่างแก้ไขรธน.6ประเด็นแล้ว

ส.ส.-ส.ว.152คนยื่นร่างแก้ไขรธน.6ประเด็นแล้ว

07 ก.ย. 2552

ส.ส.- ส.ว. 152 คนยื่นร่างแก้ไขรธน.ใน 6 ประเด็นแล้ว “ ประสพสุข ” ระบุ แก้ไขได้หรือไม่ขึ้นกับเสียงส่วนใหญ่ ด้าน ” ประสิทธิ์ ” ไม่หวั่นถูกถอดถอน ขณะที่ “ สมเกียรติ ” โวสส. ส.ว. แห่ลงชื่อเพิ่มเพียบ ยันเสนอแก้รธน.หวั่นรบ. ดองผล คกก.สมานฉันท์ฯ

 (7ก.ย.) ที่รัฐสภา นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยส.ส.และส.ว.ประมาณ 10 คนได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ พ.ศ. .....พร้อมรายชื่อ ส.ส.และส.ว. จำนวน 152 คน ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นผู้รับเรื่อง

 นายประสพสุข กล่าวว่า จะนำเรียนนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อดำเนินการต่อไป แต่คงไม่เอาไปรวมกับรายงานสมานฉันท์ เพราะเป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากนี่เป็นการยื่นเรื่องเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ยังมีเรื่องอื่นอีก ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแก้เพื่อให้ส.ส.สรรหาอยู่จนครบ 6 ปี นายประสพสุข กล่าวว่า  การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.และส.ว.ต้องเป็นคนแก้ การตั้งข้อสังเกตเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น อยากจะบอกตรงนี้ว่าคนมีอำนาจแก้ไขก็สามารถยื่นแก้ไขได้ อยู่ที่สียงส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไม่สามารถแก้ไขได้เลย เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายขู่จะยื่นถอดถอน นายประสพสุข กล่าวว่า คงไม่พิลึกอย่างนั้น คนที่มีอำนาจแก้ควรจะแก้ ถ้าคิดอย่างรั้นก็คงแก้ไม่ได้

 เมื่อถามว่าอาจเกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้งให้ในสังคม นายประสุข กล่าวว่า อาจจะมีบาง แต่เราอยู่ในระบบก็ต้องสู้กันด้วยระบบรัฐสภา ต้องพูดคุยกันด้วยเหตุผล ซึ่งคงต้องเฝ้าดูกันต่อไป แต่สำหรับตนคงไม่สามารถเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะต้องวางตัวเป็นกลาง ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ ทั้งส.ส.และส.ว.ก็คงมาหารือ และวินิจฉัยกันในสภาต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การเกิดความขัดแย้งอีกหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า อาจจะมีส่วน แต่เราก็ต้องแก้ปัญหากันต่อไป

 ด้านนายประสิทธิ์ กล่าวว่า เนื้อหาแก้รัฐธรรมนูญที่เรายื่นมี 6 ประเด็น ซึ่งมาจากรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ที่ตกผลึกแล้ว และออกมานานกว่า 2 เดือนแล้ว และไม่มีใครคัดค้าน ซึ่งตนเชื่อว่าจะเกิดความสมานฉันท์มากกว่าแตกแยก ส่วนประเด็นที่ 7 ในเรื่องอำนาจในการวินิจฉัยใบเหลืองใบแดงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นเพียงความเห็นของคณะกรรมการสมานฉันท์คนหนึ่ง เห็นตรงกันว่าอย่าพึ่งนำมาใส่ไว้ เอาเฉพาะ 6 ประเด็นที่ตกผลึกก่อน

 เมื่อถามถึงประเด็นที่จะเสนอแก้ไขให้ ส.ว.สรรหาอยู่ครบ 6 ปี นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาหลักคือเมื่อครบ 6 ปี เมื่อมีการเลือกตั้งส.ว.ทั้ง 200 คนซึ่งมีการเสนอ 3 แนวทางคือ เมื่อครบ 3 ปีแล้ว จะให้มีการเลือกตั้งใหม่ 124 คน แล้วมีวาระการดำรงตำแหน่งแค่ 3 ปีหรือจะให้เหลือเพียง 76 คนเท่านั้น หรืออีกทางเลือกคือ ส.ว.ที่ครบวาระ 3 ปีนี้ก็ต่อวาระอีก 3 ปี รวมเป็น 6 ปี ทั้งหมดอยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่กับการขู่จะยื่นถอดถอนผู้ร่วมลงชื่อต่อ คระกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กังวลเมื่ออาสามาประชาชนมาก็ต้องทำหน้าที่ แต่ถ้าหากมีการยื่นต่อป.ป.ช.ก็สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ เรามีวุฒิภาวะพอ ไม่ใช่มีอุปสรรคพอจะขยับทำอะไรก็มาขวาง ยืนยันว่าวุฒิไม่มีส่วนได้เสียกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนรัฐบาลจะยุบสภาหรือไม่ก็เป็นเราองของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้กับประชาชน หากมีการแก้รัฐธรรมนูญกลุ่มพันธมิตรฯจะออกมาเคลื่อนไหวก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะไปจัดการ

 เมื่อถามว่าท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนว่าจะต้องให้ทำประชามติก่อนจะเป็นการซื้อเวลาหรือไม่ นายประสิทธิ์ กล่าวว่าคงตอบไม่ได้ว่าเป็นการซื้อเวลาหรือไม่ต้องไปถามประชาธิปัตย์ตนอยู่สภาสูงไม่เกี่ยวกับสภาล่าง ส่วนข้อสังเกตว่าเป็นการทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนั้นตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมองเช่นนั้น

 เมื่อถามว่า มีกลุ่ม ส.ว.สรรหาออกมาคัดค้าน นายประสิทธิ์ กล่าวย้อนว่า ส.ว.มีทั้งหมด 150 คน ให้เห็นเหมือนกันหมดคงไม่ได้
 ด้านนายสมเกียรติ กล่าวว่า แต่เดิมมีส.ส.และส.ว.ร่วมลงชื่อกว่า 162 คน แต่ขณะนี้ ได้มีส.ส.และส.ว.บางส่วนได้ถอนรายชื่อจนเหลือเพียงประมาณ 152 เพียงพอต่อการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภา คือ 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภา หรือ จำนวน 125 คน ทั้งนี้มีส.ส. และส.ว.มีความประสงค์จะขอลงรายชื่อเพิ่มในช่วงเช้า แต่ต้นเห็นว่ามีรายชื่อเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขอรายชื่ออีกเพราะเกินมาเยอะแล้ว ยืนยันว่าการยื่นญัตติการแก้รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่ล้อมาจากคณะกรรมการสมานฉันท์ฯทั้งหมดและไม่ร่วมไปถึงร่างพ.ร.บ.ปรองดองของพรรคเพื่อไทย และร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทย

 เมื่อถามว่า สาเหตุที่ยื่นไขรัฐธรรมนูญเป็นเพราะเกรงว่ารัฐบาลจะไม่มีความจริงใจในการพิจารณาข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯหรือไม่ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินกล่าวว่า ไม่ใช่ อย่าไปคิดเช่นนั้น เราต้องยอมรับว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ถูกตั้งขึ้นมาเพราะเหตุการณ์เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนก็ใจชื่นที่จะรอผลสอบของคณะกรรมการ แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆจากรัฐบาล หากปล่อยไปเช่นนี้สังคมก็อาจจะระเบิดออกมา หากเกิดเช่นนี้แล้วใครจะรับผิดชอบ

 ผู้สื่อข่าวรายงานในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายประสิทธิ์ว่าการเคลื่อนไหวนี้เพื่อต้องการให้ยุบสภาหรือไม่ โดยนายมงคล ศรีคำแหง ส.ว.จันทรบุรี ที่ยืนอยู่ข้างหลัง นายประสิทธิ์ เดินมาหาผู้สื่อข่าวด้วยท่าทางหงุดหงิด พร้อมบอกว่า “ หากแก้รัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาก็ดี จะได้เสนอแก้รัฐธรรมนูญทุกวัน จะได้ยุบสภาเร็วๆ ” นอกจากนี้ บรรยากาศการเสนอแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวยังเป็นไปอย่างขลุกขลัก โดยเฉพาะการขอรายชื่อส.ส.และส.ว.ที่ลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญ โดยนายสมเกียรติ ได้โยนให้ไปขอนายประสิทธิ์ และเมื่อสื่อมวลชนได้ไปขอรายชื่อที่นายประสิทธิ์ ก็โยนให้ไปเอาที่นายสมเกียรติ ส่งผลให้สื่อมวลชนต้องไปกดดันนายสมเกียรติว่าหากทำเพื่อประเทศชาติจริง ทำไมถึงกลัวที่จะเปิดเผยรายชื่อ ส่งผลทำให้นายเกียรติยินยอมที่มอบรายชื่อในที่สุด และยืนยันว่าต้องการทำให้เกิดความโปร่งใส

 นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ตนมาลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญคนเดียว ไม่มีคนอื่นในพรรคร่วมลงชื่อด้วยเพราะได้ใช้เอกสิทธิ์การเป็นส.ส. เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งรีบเพื่อจะแก้ปัญหาความขัดแย้งบ้านเมืองโดยเร็วที่สุด และพรรคก็มีนโยบายที่จะแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหา ซึ่งนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และทางพรรค ก็รับทราบเรื่องก็ไม่ได้ว่าอะไร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมีหลักการแก้ไขใน 6 ประเด็น ได้แก่ 1. ปรับปรุงที่มาของส.ส.มาตรา 93-98 2. ปรับปรุงที่มาของส.ว.มาตรา 111-121 3. เพิ่มเติมอำนาจในการกำหนดและทบทวนประเภทของหนังสือสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภามาตรา 190 4. ปรับปรุงบทลงโทษยุบพรรคการเมือง และการเพิกถอดสิทธิ์เลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคการเมือง มาตรา 237 5. ปรับปรุง เรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของส.ส.มาตรา 265 และ 6. ปรับปรุงเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนของส.ส.และส.ว.ผ่านทางส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ มาตรา 266 ( 1 ) โดยให้เหตุผลว่าหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 50 ได้พบปัญหาและความขัดแย้งจนอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศ ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และการบังคับใช้ในทางปฏิบัติจึงได้แต่งตั้งคระกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชึ่งได้พิจาณาศึกษาแล้วเห็นสมควรให้แก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราได้ เป็นการเร่งด่วนเฉพาะหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางในการลดเงื่อนไขความขัดแย้งนำไปสู่การสร้างสมานฉันท์ และการปฏิรูปการเมืองในระยะต่อไป

 สำหรับเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้น 27 มาตรา โดยมีมาตราที่น่าสนใจดังนี้ อาทิ มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 93 โดยกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 500 คนมาจากบัญชีรายชื่อ 100 คน และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 94 โดยกำหนดให้การเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้ เขตละ 1 คน มาตรา 6 ให้ยกเลิกความในมาตรา 95 โดยกำหนดให้การเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง มาตรา 12 ให้ยกเลิกความในมาตรา 111 โดยกำหนดให้ ส.ว.ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งจำนวน 200 คน มาตรา 13 ให้ยกเลิกความในมาตรา 112 โดยกำหนดให้การเลือกตั้ง ส.ว.แต่ละจังหวัดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และให้ผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งได้เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของวุฒิสภามาตรา 15 ให้ยกเลิกความในมาตรา 115 โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้รับสมัครที่น่าสนใจดังนี้ คือไม่เป็นสมาชิกหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือพ้นมาแล้วไม่เกิน 1 ปี จากเดิมมีกำหนด 5 ปี ไม่เป็นส.ส.หรือเป็น ส.ส.แต่พ้นมาแล้วไม่เกิน 1 ปี จากเดิมกำหนด 5 ปี ไม่เป็นรัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น มิใช่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่เกิน 1 ปี จากเดิมกำหนด 5 ปี มาตรา 21 ให้ยกเลิกความในวรรค 5 ของมาตรา 190 และกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดประเภทขั้นตอน และวิธีการจัดทำหนังสือสัญญา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง มาตรา 22 ให้ยกเลิกความในวรรค 2 ของมาตรา 237

 มาตรา 23 ให้ยกเลิกความในอนุมาตรา( 1 ) แห่งมาตรา 265 เกี่ยวกับข้อห้ามของ ส.ส.และส.ว.โดยกำหนดให้ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่นหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ นอกจากข้าราชการการเมือง เฉพาะกรณีของ ส.ส.มาตรา 24 ให้ยกเลิกความในอนุมาตรา ( 1 ) แห่งมาตรา 266 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อห้ามในการใช้ตำแหน่ง ส.ส.และส.ว.เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงระบบราชการ มาตรา 25 ให้ยกเลิกความในมาตรา 297 เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ ส.ว.ที่มาจากการสรรหา ทั้งนี้ในร่างดังกล่าวมีบทเฉพาะการในมาตรา 26 กำหนดให้ส.ส. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงสมาชิกภาพต่อไป และมาตรา 27 ให้ส.ว.ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป จนกว่าจะครบวาระ 6 ปี

 ผู้สื่อรายงาว่า สำหรับ สส. และ สว. ที่ร่วมลงชื่อในร่างรธน.แก้ขเพิ่มเติม มีทั้งสิ้น 152 คนประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 80 คน , พรรคประชาราช 3 คน ได้แก่ นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สส.นครสวรรค์ นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว นางชนากานต์ ยืนยง สส.ปทุมธานี , พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส. นครราชสีมา นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ สส.สัดส่วน นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ สส.สุรินทร์ ,พรรคภูมิใจไทย 1 คน คือ นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส.สัดส่วน, พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 1 คน คือ นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สส.นครราชสีมา

 ส่วน สว.ลงชื่อ 64 คน ส่วนใหญ่เป็น สว.เลือกตั้ง ทั้งนี้ ไม่รวมกลุ่ม สว.ที่ลงชื่อแล้วกลับมาถอนชื่อภายหลัง 7 คน ประกอบด้วย นางรสสุคนธ์ ภูริเดช สว.สรรหา นายเกริก กัลยาณมิตร สว.สรรหา นางสุกัญญา สุดบรรทัด สว.สรรหา นายสมบรูณ์ งามลักษณ์ สว.สรรหา นายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์ สว.สรรหา นางกีระณา สุมาวงศ์ สว.สรรหา นายประเสริฐ ชิตพงศ์ สว.สงขลา