
ปิดฉาก"ฟรานเชสโก ต็อตติ"กับ25ปีบนเส้นทางลูกหนัง
เมื่อช่วงคืนวันที่ 3 พ.ค. โรมา ทีมในศึกกัลโช เซเรีย อา ออกมายืนยันผ่านสื่อว่า ฟรานเชสโก ต็อตติ ดาวเตะคนสำคัญของทีมจะแขวนสตั๊ดหลังจากจบฤดูกาลนี้
โดยก่อนหน้านี้แนวรุกวัย 40 ปี ไม่ได้เป็นตัวหลักในทีมของ ลูเซียโน สปัลเล็ตติ ประกอบกับสัญญาฉบับปัจจุบันของเขาจะหมดลงในช่วงจบฤดูกาลนี้ แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธถึงการแขวนสตั๊ดมาโดยตลอด พร้อมยอมลดค่าเหนื่อย และเป็นตัวสำรองเพื่อให้ได้เล่นต่อไป
อย่างไรก็ตามล่าสุดแข้งเจ้าของฉายา “เจ้าชายหมาป่า” ก็ได้ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาลนี้และเริ่มต้นในบทบาทใหม่กับตำแหน่งผู้อำนวยการของสโมสร ซึ่งนั่นหมายความว่าเกมสุดท้ายของเจ้าตัวจะเป็นการลงสนามพบกับเจนัว วันที่ 28 พ.ค.นี้
จากการประกาศดังกล่าวทำให้เป็นการปิดตำนาน 25 ปีของ ต็อตติ กับ โรมา ลงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเขาต้องผ่านอุปสรรคต่างๆมากมายกว่าจะมาเป็นตำนานแข้งแห่งกรุงโรม และที่รักของแฟนบอลมาจนถึงปัจจุบัน
กำเนิด“เจ้าชายหมาป่า”
ต็อตติ เป็นชาวโรมโดยกำเนิด ซึ่งเขามีใจรักการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กโดยได้รับการสนับสนุนจากคุณแม่ ฟิโอเรลลา ให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพแม้เจ้าตัวจะมีส่วนสูงที่ด้อยกว่าเด็กคนอื่นก็ตาม จนในที่สุดเขาก็ได้เข้าทีมเยาวชนของ โรมา เมื่อปี 1989 ขณะที่เขาอายุ 13 ปี
โดยหลังจากนั้น 3 ปี ต็อตติ ก็ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ โรมา และลงสนามในกัลโช เซเรีย อา ครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 16 ปีเท่านั้น และเมื่อวันที่ 4 พ.ค.1994 เขาก็ประเดิมประตูแรกให้กับทีมได้ในเกมเสมอ เบรสชา 2-2 ซึ่งในอีก 3 ซีซั่นต่อมาเขาระเบิดฟอร์มทำได้ 16 ประตู และขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้สำเร็จ
จนกระทั่งในปี 1997 ต็อตติในวัย 21 ปี ก็ทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง และได้รับเลือกให้ใส่เสื้อหมายเลข 10 พร้อมลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเขาก็มาเล่นเป็นกองกลางตัวรุกแทน และกลายเป็นหัวใจในการทำประตูของทีม ซึ่งในวันที่ 31 ต.ค. 1998 ดาวเตะวัย 22 ปีได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมของ โรมา เป็นครั้งแรกในเกม “โรม ดาร์บี” กับ ลาซิโอ และฤดูกาลนั้น เขาทำไปทั้งหมด 30 ประตูกับอีก 26 แอสซิสต์เลยทีเดียว
โดย ต็อตติ มีชื่อเสียงมากที่สุดในปี 2000 เนื่องจากเขาสามารถพาต้นสังกัดเอาชนะทั้ง เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน และปาร์มา คว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา ได้เป็นสมัยที่ 3 ของสโมสร และเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ซึ่งจากนั้นเขาก็ได้เปลี่ยนตำแหน่งตามอายุ โดยรับหน้าที่กองหน้า รวมถึงเป็นกัปตันทีมมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ตำนานแข้งแห่งกรุงโรม
สำหรับ ต็อตติ ถือเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง โดยเขาสามารถทำประตูได้ดี จ่ายบอลได้แม่นยำ รวมถึงมีความเป็นผู้นำ ซึ่งด้วยความสามารถดังกล่าวจึงปฎิเสธไม่ได้ว่าเขาคือสุดยอดนักเตะแห่งยุค โดยเขาค้าแข้งให้กับ โรมา เพียงทีมเดียวตั้งแต่เริ่มต้นค้าแข้งทั้งหมด 25 ซีซั่น 783 เกม และยิงไป 307 ประตู
โดยดาวเตะวัย 40 ปีคว้าแชมป์ร่วมกับทีม “หมาป่า” ทั้งหมด 3 รายการด้วยกัน ประกอบด้วย กัลโช เซเรีย อา 1 สมัย (2000–01), โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย (2006–07, 2007–08) และซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา 2 สมัย (2001, 2007)
ด้านเกียรติประวัติส่วนตัว ต็อตติ คว้ารางวัลมาอย่างมากมาย เช่น นักเตะยอดเยี่ยมกัลโช เซเรีย อา 2 สมัย (2000, 2003), นักเตะอิตาเลียนยอดเยี่ยมแห่งกัลโช เซเรีย อา 5 สมัย (2000, 2001, 2003, 2004, 2007), ดาวซัลโว กัลโช เซเรีย อา 1 สมัย (2006–07) จึงไม่น่าแปลกใจที่ใครหลายคนจะยกให้แข้งรายนี้เป็นตำนานแห่งวงการฟุตบอลอิตาลีจนถึงปัจจุบัน
ในนามทีมชาติ
นอกจากในนามสโมสรแล้ว “เจ้าชายหมาป่า” ยังสร้างเกียรติประวัติ และสถิติมากมายในนามทีมชาติ โดยเขาเริ่มต้นติดทีม “อัสซูรี” ตั้งแต่ปี 1992 ในชุดยู-15 จนกระทั่งขยับขึ้นมาเรื่อยๆ และในปี 1996 เขาก็มีชื่อเป็นหนึ่งในขุนพลของทีมชาติอิตาลี ชุดยู-21 ในการลุยศึกชิงแชมป์ยุโรป ซึ่งผลปรากฏว่าเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้ และเป็นครั้งแรกที่คว้าแชมป์ในนามทีมชาติ
และในปี 1998 เขาก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ และผ่านศึกทั้งยูโร 2000 ที่ประเทศเบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ รวมถึงฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แต่ก็ไม่สามารถพาทีมถึงฝั่งฝันได้ อย่างไรก็ตามในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมัน เป็นเจ้าภาพ ต็อตติ ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ผ่านความฟิตมาติดทีมด้วย ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10 ด้วยการมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ และผลปรากฏว่า อิตาลี เอาชนะจุดโทษ ฝรั่งเศส ไปได้ 5-3 คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ โดยในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ต๊อตติ ทำสถิติผ่านบอลสำเร็จ 185 ครั้ง สร้างโอกาสยิง 19 ครั้ง และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วย
อย่างไรก็ตามหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2006 เขาไม่ได้รับการเรียกให้ติดทีมชาติอีกเป็นเวลาถึง 1 ปี ทำให้สุดท้ายในวันที่ 20 ก.ค. 2007 เขาจึงตัดสินใจประกาศเลิกเล่นทีมชาติ ด้วยสถิติการลงเล่นทั้งหมด 58 นัด และทำไป 9 ประตู
การปิดฉากการค้าแข้งของ ต๊อตติ ถือเป็นเรื่องที่น่าใจหายสำหรับแฟนๆลูกหนังหลายคน ที่จะไม่เห็นชายที่ได้รับการขนานนามว่า “เจ้าชายหมาป่า” อยู่ในสังเวียนลูกหนังแล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้ว่าจะยังคงอยู่ตลอดไปคือเกียรติประวัติที่เขาได้สร้างไว้ และเชื่อว่าคงยากที่จะมีใครมาเทียบดาวเตะรายนี้ได้อย่างแน่นอน



