ข่าว

เรียนจบ มีงานการทำดี ด้วยทุนเล่าเรียนจากในหลวง ร.9

เรียนจบ มีงานการทำดี ด้วยทุนเล่าเรียนจากในหลวง ร.9

05 พ.ค. 2560

เหล่านักเรียนที่ได้รับพระราชทุนจากในหลวง ร.9 ซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

      เรียนจบ มีงานการทำดี ด้วยทุนเล่าเรียนจากในหลวง ร.9

         วันที่ 5 พฤษภาคม บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 184 วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.ให้พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ได้เข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายในช่วงเช้าเพราะมีฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่กลางดึก ส่วนช่วงบ่ายค่อนข้างร้อน 

เรียนจบ มีงานการทำดี ด้วยทุนเล่าเรียนจากในหลวง ร.9
      

     พ.ต.อ.ประพันธ์ กองมงคล นักกายภาพบำบัด (สบ5) โรงพยาบาลตำรวจ หนึ่งในคณะนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล ว่า รู้สึกปลาบปลื้ม ทั้งๆ ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เราเป็นนักเรียนที่ได้รับพระราชทุนจากพระองค์ท่านจึงรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บางคนได้รับพระราชทานทุนตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนที่ได้รับทุนส่วนใหญ่มาจากการที่เมื่อครั้งพระองค์เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนประชาชนในต่างจังหวัด และทอดพระเนตรเห็นเด็กๆ ที่ไม่มีทุนทรัพย์ในการศึกษา พระองค์จึงทรงให้การสนับสนุนมาโดยตลอด สำหรับตัวเองเป็นคนจังหวัดเชียงราย ด้วยตอนนั้นคิดว่าที่บ้านคงไม่มีกำลังส่งให้เราได้ศึกษาต่อจึงเขียนฎีกาถวายพระองค์ท่าน เมื่อทางสำนักราชเลขาแจ้งว่าได้รับพระราชทานทุนรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ที่คณะแพทยศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างนั้นก็ได้มีการรายงานตัว รายงานผลการเรียนผ่านสำนักราชฯ และพระองค์ทรงมีรับสั่งว่า "ท่านเลี้ยงพวกเรา ดูแลพวกเราจากตัวเล็กๆ จนถึงตอนนี้ก็อยากให้ได้รับการศึกษา" นับจากตอนนั้นตั้งใจจะทำหน้าที่รับใช้พระองค์ตอบแทนในพรพมหากรุณาธิคุณ รวมถึงได้นำหลักคำสอนและพระบรมราโชวาทในโอกาสต่างๆ มายึดใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน พร้อมนำพระองค์ท่านมาเป็นต้นแบบ โดยทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด รู้หน้าที่ของตัวเอง ปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการที่ดีในพระองค์

เรียนจบ มีงานการทำดี ด้วยทุนเล่าเรียนจากในหลวง ร.9
     

   นางสาวนิสาชล ภักดีศรี ครูวัย 42 ปี โรงเรียนทุ่งชมพู ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุ่งชมพู อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น กล่าวว่าออกเดินทางมาพร้อมเพื่อนครูและชาวบ้านรวม 150 คน โดยเหมารถบาสจำนวน 3 คัน มาตั้งแต่เวลา 19.00 น.ถึงกรุงเทพฯ เวลา 03.00 น.เป็นช่วงที่ฝนตกหนักมาก ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อเพื่อเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เวลา 05.00 น.แต่ฝนก็ยังตกอยู่จนเปียกเพราะที่หลบฝนไม่พอ ทว่าไม่เป็นอุปสรรคกับการมาเป็นครั้งแรก ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะกราบพระบรมศพให้ได้สักครั้งในชีวิต 
     "ได้กราบพระบรมศพเวลา 07.30 น. ปลื้มปิติมากพวกเราอยู่ไกล หาโอกาสมาก็ยาก ตอนขึ้นบนพระที่นั่งได้อยู่แถวหน้าเลย อธิษฐานจิตบอกพระองค์ท่านว่าจะขอเป็นคนดี ทำความดีถวาย พร้อมกับอุทิศตนสอนเด็กๆ เพราะในหลวง ร.9 บอกว่าครูเป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ต้องหมั่นพัฒนาตัวเองถึงจะสอนคนอื่นได้ นอกจากนี้ต้องทั้งเก่งและเป็นคนดีมีคุณธรรมด้วย เราเป็นครูชนบทอยู่ในถิ่นทุรกันดารยิ่งต้องขยันและเสียสละให้มาก เด็กๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอายุ 3-5 ปี พวกเขารู้จักในหลวง ร.9 ช่วงที่พระองค์สวรรคตเด็กๆ ก็นำภาพพระองค์มาชูเหนือศีรษะ เวลาโรงเรียนพาไปปลูกต้นไม้พวกเขาก็บอกว่าปลูกต้นไม้ให้ในหลวง ครูค่อยๆ ป้อนให้เด็กรู้ว่าพระองค์ทรงงานอะไรบ้าง เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้ เด็กยังเล็กอยู่บอกอะไรมากว่านี้ไม่ได้ พอโตขึ้นก็จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งเอง" ครูนิสาชล กล่าว 

เรียนจบ มีงานการทำดี ด้วยทุนเล่าเรียนจากในหลวง ร.9
     

    ทั้งนี้ สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 4 พ.ค.  มีจำนวนทั้งสิ้น 27,785 คน รวม 183 วัน มี ยอดสะสม 6,738,341 คน และมียอดเงินถวายโดยเสด็จพระราชกุศล 1,686,896 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 540,072,648.01 บาท