
อภิสิทธิ์ลั่นขออยู่บริหารประเทศแค่8ปี
"นายกฯ"ลั่นจะขออยู่บริหารประเทศให้นานที่สุด ชี้ขออยู่ไม่น่าแค่เพียง 8 ปีเท่านั้น พร้อมวอนขรก.ชั้นผู้ใหญ่ให้ยึดความซื่อสัตย์สุจริตใช้ในการทำงาน และกล้าตัดใจในสิ่งที่ถูกต้อง ทักษิณยกวาทะคานธีใช้ความรุนแรงไม่ยั่งยืน
(7ก.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาวิชาการประจำปี และเป็นวิทยากรพิเศษเรื่อง “ เส้นทางผู้บริหารรุ่นใหม่ : อนาคต...กำหนดได้ ” โดยนายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ขอให้ข้าราชการบริหารงานด้วยระบบคุณธรรมและความสามารถ เพราะประเทศชาติขณะนี้ต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ต้องการให้ข้าราชการยึดติดกับการปฏิบัติแบบเดิมๆ สำหรับผู้บริหารนั้นควรมีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวให้ความเคารพระบบอาวุโส โดยเฉพาะความอาวุโสทางการเมือง ดังนั้นในการตอบโต้แต่ละครั้งก็พยายามจะใช้ ความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่เคารพผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้ แต่เราต้องมีจุดโน้มน้าว และต้องเข้าใจเหตุผลฝ่ายตรงข้าม ว่าต้องการอะไร หากเราเข้าใจเหตุผลได้ ก็คงไม่มี ปัญหาในการชี้แจง อย่างเช่นในการอภิปรายในสภา ที่มีการตั้งกระทู้สดสอบ ถามเกี่ยวกับเรื่องคลิปเสียง ซึ่งตนเองไม่เข้าใจเหตุผลของผู้อภิปราย จึงทำให้ดูเหมือนว่าทำความเข้าใจกันไม่ได้
“ผมตั้งใจที่จะทำงานให้สำเร็จ และจะทำงานในตำแหน่งให้ดีที่สุด ต้องการ ให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางการเมืองหรือเรื่อง เศรษฐกิจ ส่วนจะอยู่ได้ยาวนานที่สุดแค่ไหนนั้น คิดว่าคงไม่น่าจะเกิน 8 ปี เมื่อทำงานหนักและประสบความสำเร็จ ผมก็จะมีความสุข และขอหาความ สุขเป็นการส่วนตัวบ้าง แต่วันนี้ก็จะทำงานให้ดีที่สุด เพราะยังมีปัญหาข้าง หน้ารออยู่ แต่ถ้าผมทำงานไม่ประสบความสำเร็จ คนอื่นก็มาทำหน้าที่แทนก็ เท่านั้นเอง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่าว่า เรารักในสิ่งที่เราทำ และทำในสิ่งที่เรารัก ดังนั้น เมื่อมีโอกาสในการที่จะทำ เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด และนั่นก็เป็นการเติมกำลังใจและเติมโอกาสให้กับเราที่จะทำงาน คงต้องมองจุดบวกก่อน ความขัดแย้ง ความกดดันก็มีอยู่ แต่เมื่อเรามีโอกาสได้ทำงาน ก็ต้องแยกความกดดันและ ความขัดแย้งออกมาให้ให้ ถามว่าหงุดหงิดไหม เหนื่อยไหม ก็มีบ้าง แต่ระหว่างการทำงาน ก็อย่าให้สิ่งเหล่านี้มาเป็นอุปสรรคในการทำงาน หรือกดดัน เราเท่านั้นเอง
ทักษิณยกวาทะคานธีใช้ความรุนแรงไม่ยั่งยืน
วันนี้(7ก.ย.)พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในเว็บไซต์ทวิสเตอร์ความว่า “มหาตะมะคานธีพูดว่าทุกครั้งที่สิ้นหวังก็จะหวนนึกถึงประวัติศาสตร์พบว่าชัยชนะที่ ได้มาจากการใช้ความรุนแรงไม่ยั่งยืนต้องสู้ด้วยความจริงและความรัก” และ” ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งและขอแนะนำผู้ที่ หวังอยากให้บ้านเมืองสงบคนไทยเป็นหนึ่งเดียวต้องกล้าเผชิญความจริงหันหน้าเข้าหากันเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน” และข้อความล่าสุดว่า “ การพูดข้างเดียวรังแกกันข้างเดียวคือการฏิเสธหลักแห่งความจริงและความรัก ย่อมไม่สามารถนำมาซึ่งความสันติสุขได้แต่กลับเพิ่มความเจ็บแค้นชิงชังขึ้น”
"เทพไท"อัด"แม้ว"นักโทษฉวยโอกาส
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโฟนอินผ่านรายการวิทยุ อสมท. ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ โดยรัฐบาลยืนยันว่าต้องดำเนินตามระเบียบและข้อกฏหมาย แต่กลับถูก พ.ต.ท.ทักษิณ โฟสในทวิสเตอร์ใส่ร้ายรัฐบาลว่าปิดกั้นสื่อและเรียกร้องให้เปิดเสรีภาพกับสื่อนั้น ว่า ขอชี้แจงว่ารัฐบาลนี้ ไม่เคยมีพฤติกรรมปิดกั้นสื่อแต่อย่างใด กลับให้อิสระเสรีภาพในการเสนอข่าวอย่างเต็มที่ จนถูกวิจารณ์และตำหนิมากกว่า ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้สื่อของรัฐเป็นกระบอกเสียงเท่าที่ควร แต่บางครั้งกลับมีข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง และข่าวของพรรคเพื่อไทยแทยทุกวัน ซึ่งดูเหมือนมากกว่าข่าวของรัฐบาลด้วยซ้ำไป
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ไปตรวจสอบดูว่าฝ่ายค้าน มีโอกาสออกข่าวมากกว่าฝ่ายค้านในยุครัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะในยุคนั้นมีการแทรกแซงสื่อและควบคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ฝ่ายที่มีความเห็นตรงข้ามรัฐบาลในขณะนั้น ไม่เคยมีโอกาสใช้พื้นที่สื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น มีสิทธิแค่ ร้อยละ 10 ของพื้นที่ข่าวทั้งหมด โดยรัฐบาลทักษิณใช้อำนาจแฝงกดดันสื่ออย่างรุนแรง สื่อใดที่ไม่รับใช้รัฐบาลก็ถูกถอดรายการและถูกสั่งตัดโฆษณา ในที่สุดก็ใช้อำนาจเงินเข้าซื้อกิจการสื่อสารมวลชนไป แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนั้น ซึ่งทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบได้ นายเทพไท กล่าว
“ คนอย่างพ.ต.ท. ทักษิณ เป็นยอดนักฉวยโอกาสทางการเมืองใช้วิธีการทางการตลาดนำการเองมาโดยตลอด เห็นได้จากการเปิดสงครามสื่อกับรัฐบาลทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงการสร้างสื่อของตนเองมาเป็นกระบอกเสียงในลักษณะสื่อเทียมมาสู้กับสื่อจริง ทั้งเดินเกมใต้ดินและบนดินรวมถึงสื่อที่เผยแพร่ข่าวสารในขณะนี้ รัฐบาลขอยืนยันว่าสื่ออะไรที่ผิดกฏหมายรัฐบาลก็ปล่อยปละละเลยไม่ได้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องยอมรับความจริงว่าตนเองเป็นนักโทษหนีคดีอยู่ จะขอใช้สิทธิเหมือนบุคคลทั่วไปที่ไม่มีคดีต้องโทษได้อย่างไร ถ้ารัฐบาลปล่อยให้นักโทษหนีคดีอย่างทักษิณ ใช้สื่อของรัฐได้ แล้วนักโทษที่หลบหนีคดีอีกจำนวนมากในขณะนี้ จะขอให้สิทธิเช่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ รัฐบาลจะยอมได้อย่างไร แม้แต่นักโทษที่ยอมรับผิดและติดคุกในเรือนจำเอง จะใช้สิทธิติดต่อญาติหรือคนภายนอกก็ยังทำไม่ได้ แล้วนักโทษหนีคดีอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ จะมีสิทธิเหนือนักโทษที่อยู่ในคุกได้อย่างไร ” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวว่า จากนี้ไปต้องขอเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบด้านสื่อต้องเข้มงวดกว่านี้ รวมถึงสื่อเองขอให้ใช้พิจารณาญาณในการนำเสนอข่าวของบุคคลที่ผิดกฏหมาย อย่าตกเป็นเครื่องมือหรือ จะอ้างความเป็นสื่อว่านำเสนอข่าวสองด้านก็ไม่ได้ เพราะข่าวอีกด้านเป็นความเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฏหมาย ก็ไม่ควรที่จะให้สิทธิใดๆจนกว่าจะกล้ากลับมาสู้คดีหรือรับโทษที่ทำไว้ และพ้นโทษออกมาถึงจะได้สิทธิพลเมืองเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปได้



