ข่าว

เด้งฟ้าผ่า..!!!"สีหนาท ประยูรรัตน์"เข้ากรุสำนักนายกฯ

เด้งฟ้าผ่า..!!!"สีหนาท ประยูรรัตน์"เข้ากรุสำนักนายกฯ

04 พ.ค. 2560

ย้ายฟ้าผ่า“สีหนาท ประยูรรัตน์"เข้ากรุสำนักนายกฯ เปิดทาง “ป.ป.ช.-ปปง.” สอบสวน แจงไม่ใช้ม.44 เหตุต้องการให้เจ้าตัวชี้แจงก่อน

 

          4 พ.ค. 60 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 120/2559 เรื่อง "ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี" เนื่องด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้มีคำสั่งที่ 265/2559 ลงวันที่ 28 เม.ย.พ.ศ.2559 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีปรากฏข่าวการกระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกและเบียดบังเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตลอดจนการส่งเสริมธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งต่อไปนี้

          1.ให้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม
          2.ในระหว่างการปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ข้าราชการตามข้อ 1 ปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี เพื่อปฏิบัติราชการเกี่ยวกับงานด้านการปฎิรูประบบราชการ ระบบการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และราชการอื่นตามที่มอบหมาย โดยให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษและสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม เบิกจ่ายจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในความควบคุมกำกับดูแลของนายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรี  ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 3 พ.ค. พ.ศ.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

          ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาล ยันยันเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริง ซึ่งในส่วนของนายกฯและเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นไปตามการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ที่ได้ดำเนินการสอบสวนมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว  ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้เหตุที่รัฐบาลไม่ใช่อำนาจตามมาตรา 44 ในการออกคำสั่งโยกย้าย เพราะเนื่องจากต้องการให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสชี้แจงและดำเนินการสอบสวนต่อไป.