ข่าว

ตามรอยภารกิจสร้างเยาวชนรุ่นใหม่
ปลุกสำนึกอนุรักษ์"ชายหาดสะกอม"

ตามรอยภารกิจสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ ปลุกสำนึกอนุรักษ์"ชายหาดสะกอม"

08 ก.ย. 2552

จากความความสำเร็จในการเปิดค่าย “ตามรอยเรื่องเล่าเมืองจะนะ” เมื่อปีก่อน ล่าสุดบรรดาผู้นำท้องถิ่นใน ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา จึงผนึกกำลังกับภาคประชาชน ร่วมปลุกจิตสำนึกเยาวชนในพื้นที่ด้วยการจัด "ค่ายเยาวชนเรารักษ์จะนะ" คอนเซ็ปต์ “ตามหาชายหาด...ที่หายไป” เพื่อต

   สาลี มะประสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านโคกสัก ต.สะกอม ชี้ถึงความเปลี่ยนแปลงของหาดสะกอมว่า เริ่มปรากฏชัดตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา เนื่องจากถูกคลื่น และกระแสน้ำกัดเซาะอย่างรุนแรงจนหาดทรายขาวละเอียดถูกคลื่นกัดเซาะลึกเข้ามาในชายฝั่งถึง 80 เมตร

 แนวน้ำทะเลที่รุกล้ำเข้ามาในชายฝั่งมากขึ้นทำให้คลื่นกัดเซาะบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างริมฝั่งอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 ผู้ใหญ่บ้านโคกสักมองว่า ธรรมชาติของคลื่นมีการพัดพาทรายขึ้นลงทะเลเป็นธรรมดาอยู่แล้ว  แต่ก็กัดเซาะชายฝั่งรุนแรงถึงขนาดนี้ เขาจึงเชื่อว่า สาเหตุที่คลื่นทำลายฝั่งอย่างรุนแรงเช่นทุกวันนี้น่าจะเกิดจากน้ำมือมนุษย์มากกว่าที่ทำให้ธรรมชาติวิปริตอยู่เช่นทุกวันนี้

 ดลรอหมาน โต๊ะกาหวี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ่อโชน ต.สะกอม กล่าวอย่างกังวลว่า ชายหาดเป็นส่วนหนึ่งที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนริมทะเลชนิดแยกกันไม่ออก ทั้งเป็นที่จอดเรือของประมงชายฝั่ง รวมทั้งเป็นแหล่งทำมาหากินมาหลายชั่วอายุคน แต่ปัจจุบันภาพเหล่านั้นแทบไม่หลงเหลือให้เห็นกันชินตาเหมือนอย่างที่เคยเป็น เพราะชายหาดถูกกัดเซาะจากคลื่นจนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน

 เจ๊ะหมัด สังข์แก้ว ประมงพื้นบ้าน จากบ้านบ่อโชน ต.สะกอม บอกว่า เดิมชายหาดแถวนี้มีความสวยงามมากจากหาดทรายขาวทอดยาวตลอดแนวชายฝั่ง ทั้งยังมีต้นสนขึ้นเป็นทิวแถว

 ส่วนชาวบ้านก็จะมาหากินริมหาดด้วยการหาหอยเสียบ หรือรุนกุ้งเคย กันตามประสา แต่หลังจากเกิดคลื่นกัดเซาะรุนแรงสัตว์น้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ริมหาดก็พลอยหายหน้าไปหมด

 อย่างไรก็ตาม ผลการกัดเซาะอย่างรุนแรงของคลื่นทำให้ผู้นำชุมชน และชาวบ้านจัดตั้ง "ศูนย์การเรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อชุมชน" ต.บ้านนา อ.จะนะ เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และชักชวนเยาวชนให้หันมาอนุรักษ์ชายหาดให้กลับมาสวยงามดังเดิมด้วย

 นอกจากนี้ ยังมีการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลด้วยการทำ "ปะการังเทียม" เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ โดยหลังจากการทำปะการังพบว่า พันธุ์สัตว์น้ำในท้องทะเลมีมากขึ้น ทั้งยังมีกิจกรรมการจัดการขยะในชุมชนเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจรอีกด้วย

"สุพิชฌาย์ จันต๊ะปา"