
พ่อแม่พาลูกกราบพระบรมศพก่อนเปิดเทอม
ในรัชกาลที่ 9 ทรงสอนรู้จักใช้น้อย เก็บออม ช่วยเหลือผู้อื่น กตัญญู
วันที่ 4 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่ายรายงานถึงบรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ที่เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 183 ว่ายังคงมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าแถวรอกราบอย่างต่อเนื่อง
ครอบครัวเจริญผล ข้าราชการครูที่น้อมนำแนวพระราชดำริความพอเพียง ความเสียสละ ความอ่อนน้อมถ่อมตน มาใช้ดำเนินชีวิต นายกฤษณะ อายุ 49 ปี และนางฤดีวรรณ เจริญผล อายุ 48 ปี จาก อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ขอใช้ช่วงปิดเทอมพาลูกๆ เด็กชายปฐมพงษ์ อายุ 15 ปี และ เด็กหญิงปิยวรรณ ผลเจริญ อายุ 12 ปี มากราบสักกาพระบรมศพ หวังให้เด็กๆ ได้ซึมซับความจงรักภักดีที่ประชาชนคนไทยมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9
นางฤดีวรรณ เผยว่า เป็นความตั้งใจที่ว่าต้องมาถวายสักการพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ได้สักครั้งในชีวิตอีกทั้งยังอยากมาพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว จึงรอจังหวะช่วงปิดเทอมเดินทางโดยรถไฟมาจากบุรีรัมย์แล้วมาพักที่บ้านเพื่อนใกล้ๆ โรงพยาบาลศิริราช แล้วนั่งเรือข้ามฟากมาเข้าแถวตั้งแต่ 06.00 น. แม้จะมีโอกาสได้อยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นความปลื้มปิติอย่างล้นพ้น ส่วนตัวยังคิดพระองค์ท่านไม่ได้จากประชาชนไปไหน ยังอยู่กับคนไทยทุกๆ คน
“นอกจากเรื่องความพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสอนรู้จักใช้น้อย รู้จักเก็บออม รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น โดยสมาชิกในครอบครัวจะช่วยกันปลูกผัก ทำสวนมะนาว ปลูกกล้วย ไว้กินเองในครัวเรือนแล้ว พระองค์ยังทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องของความกตัญญู ความเสียสละ ความอ่อนน้อมถ่อมตน การช่วยเหลือผู้อื่น ที่ตัวเองและสามีเองยังน้อมนำหลักปฏิบัติดังกล่าวมาสอนลูกๆ ให้ปฏิบัติต่อคนใกล้ตัวรวมถึงคนรอบข้าง นอกจากนี้เรื่องการทรงงานอย่างหนักมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยาก ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ตัวเองและสามีพยายามส่งต่อให้ลูกๆ ในฐานะคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จะได้ไม่ลืมความดีที่พระองค์ทรงทำไว้” คุณแม่ลูกสองกล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันใจ
ด้านลูกสาวเด็กหญิงปิยวรรณ ผลเจริญ อายุ 12 ปี เผยว่า ถึงไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ก็ได้ทราบถึงการทรงงานอย่างหนักของพระองค์ต่างๆ ผ่านทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะช่วงที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงช่วยเหลือและเยี่ยมเยียนประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ชอบตอนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระดำเนินเข้าไปพูดคุยกับกับราษฎรที่ไปเฝ้าฯ รับเสด็จ พระองค์ทรงมีพระราชหฤทัยดีต่อประชาชน
นางรัชฎาวรรณ เมฆอรุณ
เพราะความรักที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เป็นแรงผลักดันให้ นางรัชฎาวรรณ เมฆอรุณ พนักงานธุรการบริษัทเอกชน และเป็นอาสมัครสาธาณสุข ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตรถ์ วัย 57 ปี เดินทางจากจังหวัดอุตรดิตรถ์เพียงลำพังเพื่อมากราบพระบรมศพครั้งที่ 4 โดยเจ้าตัวเล่าทั้งน้ำตาว่า เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทรงงานอย่างหนัก กิน นอน ไม่เป็นเวลา ทรงคิดถึงประชาชนก่อนพระองค์เอง ตรงนี้ทำให้ตัวเองตัดสินใจใช้เวลาว่างทำงานเป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุใน ต.ป่าเซ่า มานานกว่า 10 ปี ถึงจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็มีความสุขใจดี ทั้งนี้ ตัวเองและพี่สาวชักชวนให้ชาวบ้านด้วยกันทำดอกไม้จันทน์มามอบให้กรุงเทพมหานครสำหรับใช้ในพระราชพิธีภายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปริมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกด้วย



