ข่าว

สมุนตุ๋นเหลอกทำทัวร์ ถูกกดดันไม่ไหว เข้ามอบตัว

สมุนตุ๋นเหลอกทำทัวร์ ถูกกดดันไม่ไหว เข้ามอบตัว

03 พ.ค. 2560

สมุนตุ๋นเงินหลอกทำทัวร์ ถูกกดดันไม่ไหว เข้ามอบตัวตำรวจ ปอศ. ขณะที่ แพทย์หญิงหัวหน้าแก็งยังหลบหนี

          จากกรณีเรืออากาศโทหญิง พญ.นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี พร้อมผู้เสียหายรวมกว่า 10 คน ประกอบด้วยหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร ทหาร พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมตัวกันเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ปอศ. ให้เอาผิดกับ ว่าที่นาวาตรีหญิง พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี แพทย์ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมการแพทย์ทหารเรือ นายอภิวัฒน์ หรือโจ้ อัครเดชช์ นายปริญญา หรือโอม บุรัสการ หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด และบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด แต่พอลงทุนจริงกลับไม่ได้รับผลตอบแทนทุกเดือนตามที่กล่าวอ้าง เมื่อทวงถามกลับถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าบัญชีถูกอายัดและไม่สามารถติดต่อได้ ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น
          ล่าสุดเมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 3 พฤษภาคม พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รอง ผบก.ปอศ. แถลงข่าวว่า คดีดังกล่าว นายปริญญา หรือโอม บุรัสการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1021/2560 ลงวันที่ 26 เมษายน 2560 ในข้อหา “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” เข้ามอบตัวอีกราย  แต่ให้การปฏิเสธโดยขอไปให้การในชั้นศาล
          พ.ต.อ.ปภัชเดช กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงให้ลงทุนธุรกิจการท่องเที่ยวในลักษณะแชร์ลูกโซ่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับนายปริญญา หรือโอม บุรัสการ เจ้าของบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด พร้อมพวก ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจรับจองที่พักโรงแรม ธุรกิจน้ำดื่มไอวี่ รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ โดยระดมทุนจากเพื่อนสมาชิกที่รู้จักกันสมัยเรียนมัธยม และมหาวิทยาลัยที่ตนเองเคยศึกษาอยู่ ประมาณ 250 ราย ซึ่งแต่ละรายจะนำเงินมาลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท โดยอ้างว่ามีค่าตอบแทน 6-15 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน จ่ายเงินปันผลทุกๆ 30 วัน 
          พ.ต.อ.ปภัชเดช กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายปริญญา ได้แจ้งกับสมาชิกทุกคนว่า จะทำการปิดบริษัท เพราะเริ่มหมดสัญญากับเอเจนซี่ทัวร์  และจะคืนเงินลงทุนทั้งหมดให้สมาชิก แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนด สมาชิกไม่ได้รับเงินคืนตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง เมื่อสอบถามนายปริญญาได้อ้างว่า ได้นำเงินของสมาชิกไปลงทุนต่อกับนายอภิวัฒน์ อัครเดชช์ หรือ ธีระยุทธ บุรัสการ หรือโจ้ ในธุรกิจการรับจองโรงแรมเช่นเดียวกัน และนายอภิวัฒน์ ได้นำเงินที่ได้ลงทุนหลบหนีไป แต่ทางกลุ่มผู้เสียหายไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างของนายปริญญา จึงได้ติดตามทวงถามเงินที่ลงทุนไป จนกระทั่งพบว่า นายปริญญา ได้ปิดบริษัทและหลบหนีไป รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 250 ล้านบาท หลังผู้เสียหายรวมตัวเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปอศ. จึงทำการสืบสวนจนทราบว่านายปริญญา พักอาศัยอยู่ในเขต อ.เมือง จ.นครปฐม จึงได้จัดกำลังฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่กดดันจนกระทั่งนายปริญญา ตัดสินในเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
          จากการสอบสวนนายปริญญา ให้การปฏิเสธ และไม่ขอให้การใดๆ โดยจะขอให้การในชั้นศาล เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พร้อมกับประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เนื่องจากความผิดดังกล่าวเข้าข่ายการฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป