
คกก.น้ำไฟเขียวแผนจัดการน้ำ
คกก. น้ำ เห็นชอบแผนจัดการน้ำสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ ด้าน"กรมอุตุฯคาด" ดีเปรสชั่นจ่อเข้าไทย 2 ลูก ระบุสถานการณ์น้ำในเขื่อนล่าสุดมีมากกว่า 2,000 ล้านลูกบาศก์
3 พ.ค. 60 - นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ครั้งที่1/2560 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า นายกฯได้มอบนโยบายให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ให้มีการทบทวนการแก้ปัญหาแหล่งกักเก็บน้ำ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงการประกันภัยทางการเกษตร และการสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ความเสี่ยงเพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ รวมถึงเร่งรัดจัดหาระบบประปาหมู่บ้าน โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะลงพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยจะดำเนินการให้แล้วภายใน 30 วัน รวมถึงเร่งรัดแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำภาพรวมทั้งน้ำแล้ง และน้ำท่วม
นายวรศาสน์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้ำโดยความร่วมมือของกองทัพบกร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ จำนวน 22 โครงการ ในพื้นที่ 15 จังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก การกระจายน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร ประมาณ 2,600 ไร่ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำแผนพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา และหนองหาน จังหวัดสกลนคร โดยให้ไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการกลั่นกรองแผนงานบูรณาการการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบครบวงจร โดยให้พิจารณาในแต่ละแผนที่ (Area base) ควบคู่กับการพิจารณาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี
นายวรศาสน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ แผนการดำเนินการบูรณาการน้ำ แต่ละปีได้งบประมาณไม่ต่ำ 5 - 7 หมื่นล้านบาท แต่กลไกการปฏิบัติยังไม่มีประสิทธิภาพ และการทำงานมีความซ้ำซ้อน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบว่าควรมีหลักเกณฑ์การคัดกรองการเสนอโครงการของหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนโครงการแหล่งน้ำขนาดเล็ก ที่ดำเนินการไปแล้ว แต่ยังพบว่ามีปัญหา มีประมาณ 1 กว่าหมื่นแห่ง โดยพบว่าปัญหาคือท้องถิ่นไม่มีศักยภาพที่จะเข้าไปดำเนินการ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา
เลขานุการคกก.ทรัพยากรน้ำฯ กล่าวท้ายสุดว่า สำหรับการคาดการณ์ว่าปีนี้น่าจะมีพายุดีเปรสชั่น 2 ลูก เข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย อีกทั้งในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม จะมีมรสุมเข้ามาโดยถ้าส่งผลให้ฝนตกใต้เขื่อน เราก็จะมีพื้นที่ทุ่งนารองรับน้ำไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านไร่ พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาก็จะปลอดภัย ซึ่งปีนี้เรามีปริมาณน้ำในเขื่อนกว่า 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ชึ่งมากกว่าปีที่แล้ว



