ข่าว

รองประธานศาลปกครองชำแหละรัฐธรรมนูญ

รองประธานศาลปกครองชำแหละรัฐธรรมนูญ

03 พ.ค. 2560

สัมมนา 19 ปี ศาลรธน. ชำแหละ รธน.ใหม่ รองปธ.ศาลปกครองสูงสุด เหน็บระบบเเลือกตั้งจัดสรรปันส่วน ไม่เหมือนใครในโลก ระบุ กำหนดคุณสมบัติรมต.สวยหรูแต่ปฏิบัติยาก

3 พ.ค. 2560 - สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการเนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 19 ปีมีการอภิปราย หัวข้อ “มิติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” โดย นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมกรณีการยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำได้ง่ายกว่าเดิม คือสามารถอุทธรณ์ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐานใหม่ และมีการกำหนดให้คำตัดสินขององค์คณะที่จะพิจารณาคดีใหม่ว่าเป็นคำตัดสินของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา อีกทั้งมีการสร้างกลไกตรวจสอบ ป.ป.ช.ผ่านประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ และการร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญที่กำหนดไปถึงการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งอาจจะเป็นระเบิดเวลาสำหรับศาลรัฐธรรมนูญเพราะเขียนไว้กว้างต่างจากรธน.ปี 50
 
    ด้านนายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด  กล่าวว่า รัฐธรรมนูญใหม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบเลือกตั้งมาเป็นระบบจัดสรรปันส่วนซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกทำซึ่งตนก็ศึกษามาเยอะพยายามหาว่าเอาตัวอย่างจากประเทศไหนอาจจะเอามาจากชนเผ่าใดชนเผ่าหนึ่งก็ได้ อย่างไรก็ตามคิดว่ากรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญก็คงไม่ได้จินตนาการอะไรที่เกินความเป็นจริง เพราะระบบนี้เราคงสามารถที่จะคำนวณได้ นอกจากนี้ในมาตรา 77 ที่กำหนดว่าการออกกฎหมายต้องรับฟังความเห็นในทุกขั้นตอนซึ่งก็คือการทำประชาพิจารณ์ อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคเพราะไม่มีการจำกัดความคำว่าผู้เกี่ยวข้อง เพราะการออกกฎหมายฉบับหนึ่งย่อมกระทบประชาชนทุกคนจึงถือว่าเป็นผู้เกี่ยวข้อง ทำให้การออกกฎหมายจะล่าช้าและอาจมีการทำแบบผักชีโรยหน้าเต็มไปหมด อีกทั้งในมาตรา 26 ที่กำหนดว่าการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพบุคคลต้องเป้นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ กรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดหลักนิติธรรมนั้นควรมีการระบุเหตุผลในการจำกัดสิทธิไว้ในกฎหมายด้วย
 
    นายวรพจน์ กล่าวด้วยว่า การกำหนดคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโดยเฉพาะมาตรา160(4) ที่ระบุว่าต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ทำให้รู้สึกว่าไม่รู้ว่าหมายถึงคนชนิดไหนกันแน่ เพราะทุกคนถ้าไม่เคยโดนลงโทษทางวินัยหรืออาญาผิดมาตรา 157 ก็ไม่มีเหตุบอกว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริต และที่กำหนดว่าจะต้องเป็นที่ประจักษ์นั้นถ้าคน ๆ นั้นไม่เคยไปพูดโม้หรือโฆษณาตัวเองจะถือว่าเขาไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ คำว่าเป็นที่ประจักษ์จะเอาอะไรมาวัด และ(5) บัญญัติว่าต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น ขอฝากไปยังศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ร่างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ต้องกำหนดให้ชัดว่าพฤติการณ์ลักษณะใดเข้าข่ายผิดจริยธรรมปกติและผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เช่น กรณีการกินของหวานที่แม่ฮ่องสอนถือว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่
------