
"มทภ.4 " สั่งเช็คข้อมูลไอเอสติดอาวุธหนีเข้าไทย
"มทภ.4" สั่ง หน่วยข่าวเช็คข้อมูล ไอเอสติดอาวุธ หนีเข้าไทย วอนอย่าตื่นตระหนก หวั่นเป็นข่าวลวง ขอเวลาตรวจสอบข้อมูลที่แน่ชัด ยันไม่โยงสถานการณ์ 3 จชต.
3 พ.ค. 60 - พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4สน.) กล่าวถึงกรณีประเทศมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยไอเอสได้ 6 คน และอีกคนหนีเข้าประเทศไทยพร้อมอาวุธว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงว่ามีไอเอสหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยหรือไม่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าช่องทางธรรมชาติอยู่ระหว่างพรมแดนไทย-มาเลเซีย มีมาก ทั้งนี้ไม่อยากให้ตื่นตระหนก เพราะอาจเป็นข่าวลวงก็ได้ เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสแน่นอน อยากให้รอการตรวจสอบข้อมูลที่แน่ชัด ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพบกได้ประสานไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว แต่ทั้งนี้เราจะดูความชัดเจนข้อมูลจากหน่วยข่าวของเราก่อน เพราะมีการเสนอข่าวที่ฝ่ายโน้นได้ประโยชน์ แต่ฝ่ายเราได้รับผลกระทบ
“ขอยืนยันว่า เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรง หรือ ไอเอส แน่นอน ขอให้ประชาชนในพื้นที่ได้สบายใจ พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดบุคคลผ่านเข้าออกตามแนวชายแดน ทั้งในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง( ตม.) ที่มีความเข้มงวดทั้งการคัดกรองคน มีเครื่องมือพิเศษมาช่วยเสริม รวมถึงช่องทางตามธรรมชาติ“ พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าว
ด้าน พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า จากการได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่4 ทราบว่า ท่านได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกรณีไอเอสพร้อมอาวุธหลบเข้าไทย 1 คน ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องของรายละเอียด เป็นการแจ้งทางการข่าว จึงต้องขอตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ทั้งนี้การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความเข้มงวดในการดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงขอยืนยันว่ากลุ่มไอเอส ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป็นไปตามแผนงานทุกอย่าง มีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นพร้อมทั้งให้ความเชื่อมั่นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนกรณีที่การก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ นั้น เป็นการสร้างกระแสของกลุ่มผู้ไม่หวังดีให้ประชาชนหลงเชื่อ ขอเตือนประชาชนใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูล และตรวจสอบความชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ได้.



