
"สืบศักดิ์"พ่อเมืองแม่ฮ่องสอนเข้ามท.เปิดใจ
"สืบศักดิ์"พ่อเมืองแม่ฮ่องสอน เปิดใจประกาศลั่นของดออกทุกสื่อ ไล่ไปหาข้อเท็จจริงเอง ยันไม่เคยประพฤติชั่วซื้อกามเด็กมั่นใจความจริงต้องเกิดขึ้น
2 พ.ค. 60 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า ภายหลังนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสอบสวนนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กรณีถูกซัดทอดพาดพิงเข้าไปมีส่วนพัวพันการซื้อบริการเยาวชน ใน จ.แม่ฮ่องสอน และต่อมาได้มีออกคำสั่งโยกย้ายนายสืบศักดิ์ ออกจากพื้นที่ แล้วมาประจำยังกระทรวงมหาดไทย เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยให้มารายงานตัวที่กระทรวงมหาดไทย ในวันนี้(2พ.ค.) ซึ่งจากการลงพื้นที่สอบสวนจนถึงขณะนี้ใช้เวลาในการดำเนินการไปทั้งสิ้น 7 วัน จากกรอบเวลาที่กำหนดไว้ 30 วันนั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่กระทรวงมหาดไทยว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ ( 2 พ.ค.) ได้มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมากมาเฝ้ารอทำข่าว การเข้ารายงานตัวของผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน บริเวณหน้าห้องทำงานปลัดมท. โดยตั้งแต่เวลา 14.00 น. จนเมื่อเวลา 15.40 น. นายสืบศักดิ์ได้เดินทางมาถึงกระทรวงมหาดไทย มีสีหน้าที่แจ่มใส ดูไม่กังวล และเข้ารายงานตัวกับปลัดมท.ที่ห้องทำงานทันที โดยมีนายประยูร ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ และนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดมท. เข้าไปด้วย ใช้เวลาในการรายงานตัว และหารือกันประมาณ 10 นาที
ภายหลังรายงานตัวเสร็จสิ้น นายสืบศักดิ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางปลัด มท. ได้มอบหมายหน้าที่ให้ตนมาทำงานด้านแผนพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ โดยไม่ได้มีการหารือเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย ยังไม่เสร็จสิ้น และที่อื่นๆก็ยังไม่มีปรากฏออกมาว่า ตนกระทำผิด เรื่องอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร ที่ไหน กับใคร ตนก็ยังไม่รู้ เพราะฉะนั้นของฝากสื่อมวลชนไว้ด้วย ตนจะไม่ออกสื่ออีกแล้ว เพราะพูดไปหมดแล้ว ขอให้สื่อไปหาข้อเท็จจริงเอง ตนอยู่ในกระบวนการสอบสวน คงไม่สามารถไปพูดอะไรได้ ดังนั้นสื่อทุกสำนักไม่ต้องโทรหาตนแล้ว ขณะนี้จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปลัด มท. มอบหมาย
"ความรู้สึกของผมในขณะนี้ จากที่มีคำสั่งโยกย้าย ผมได้บอกกับท่านปลัด มท. ว่า ผมยอมเจ็บปวด เพื่อให้ระบบอยู่ได้ ถ้าผมออกมาจากพื้นที่แล้ว เกิดความเป็นอิสระในการสอบสวน มีความโปร่งใส ผมก็ยินดีออกมา ขอยืนยันว่า ไม่เคยประพฤติชั่วอย่างนั้น ความจริงก็คือความจริง ผมขอให้มันปรากฎ ผลการสอบสวนของคณะกรรมการจะออกมาอย่างไร ผมยินดียอมรับตามนั้น เพราะถือว่า ถูกต้อง สำหรับข้อสังเกตในเรื่องนี้ที่พบมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ผมขอถามสื่อมวลชนล่ะกันว่า ให้ไปหาข้อสังเกตเอาเอง ว่าทำไมถึงเกิด เพราะอะไร สื่อมวลชนไปหาเอาเองดีกว่า แล้วผมจะถามสื่อว่า เกิดได้อย่างไร สื่อต้องรู้ เพราะผมไม่รู้ว่า มันเกิดได้อย่างไร สื่อก็พุ่งเป้ามาที่ผม ก็ขอให้ความจริงปรากฎก่อน ขอให้รู้ว่า ใครถูกใครผิดได้หรือไม่ เรื่องนี้มันก็จะเป็นบทเรียนของผม ไปคิดไปดูกันเอาเอง" นายสืบศักดิ์ กล่าว
(นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยชี้แจงการสอบสวนพ่อเมืองแม่ฮ่องสอนยังไม่เสร็จสิ้น )
ด้านนายกฤษฎา กล่าวว่า การสอบสวนนายสืบศักดิ์ดำเนินการไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะมีผู้เสียหาย หรือผู้รู้เห็นบางรายไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ขณะนี้นายประยูรกำลังประสานกับหน่วยราชการที่ดูแลบุคคลเหล่านี้อยู่ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า สอบสวนนายสืบศักดิ์เบื้องต้นไม่มีความผิดนั้น สื่อมวลชนช่วยลงให้ใหม่ด้วย เพราะไม่ทราบว่า สื่อที่ไปลง ได้แหล่งข่าว หรือไปเห็นสำนวนสอบสวนอย่างไร ยืนยันว่า การสอบสวนยังไม่จบ
"ท่านรองปลัดมท. ได้รายงานผมมาเบื้องต้นว่า จากการลงพื้นที่ไปสอบสวน ยังไม่สามารถสรุปเป็นข้อเท็จจริงได้ จึงขออนุญาตผมไปสอบสวนผู้ที่อ้างตนว่า เป็นผู้เสียหายที่อยู่ในการดูแลของส่วนราชการบางแห่งในกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นท่านประยูร ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ก็จะมีหนังสือไปถึงหน่วยราชการเหล่านั้น เพื่อขออนุญาตเข้าไปสอบปากคำ ยืนยันว่า ขั้นตอนเหล่านี้ยังอยู่ภายในกรอบที่กำหนดคือ 30 วัน แต่สื่อบอกว่า จะครบ 7 วันแล้วยังไม่ได้จะมีปัญหาหรือไม่ ผมขอเรียนว่า ไม่มีปัญหา การให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนมาประจำกระทรวงมหาดไทย หากยังให้อยู่ในพื้นที่ต่อไป ไม่ว่า ผลการสอบสอบสวนจะออกมาผิดหรือไม่ สังคมสาธารณชนก็จะไม่ยอมรับ ก็อยากให้สิ้นข้อสงสัย สิ้นข้อกังขา เลยดำเนินการเป็นการชั่วคราว" ปลัดมท. กล่าว
เมื่อถามว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนมาประจำที่กระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ เป็นการลดแรงกดดันด้วยหรือไม่ นายกฤษฎา กล่าวว่า เหตุผลคือการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ถ้ายังอยู่ในพื้นที่ หลายฝ่ายอาจจะไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นขณะนี้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว หน่วยงานใดที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องดังกล่าวก็สามารถลงไปตรวจสอบได้อย่างสบายใจ มีความรวดเร็ว เพื่อให้ความจริงปรากฏ คิดว่าประมาณภายใน 30 วันน่าจะได้ข้อสรุป.



