ข่าว

สองตายายเก็บเห็ดกังวลหวั่นติดคุก

สองตายายเก็บเห็ดกังวลหวั่นติดคุก

02 พ.ค. 2560

สองตา-ยาย เก็บเห็ด แสดงความกังวล ต่อคำพิพากษาศาลฎีกาน้อมรับคำตัดสิน 


          วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 กรณีนายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยาชาว จ.กาฬสินธุ์ จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ภายหลังเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

          โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยนายอุดม และนางแดง รวมทั้งนายสมชาด มัทธุจัด ข้าราชการ อดีตผู้เชี่ยวชาญชำนาญการระดับ7 เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป ขอให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมมอบหลักฐานเอกสารเรื่องตัดไม้หวงห้าม 72 ไร่ หรือ 700 ตอ พร้อมนำพยานปากสำคัญมาเข้าพบพนักงานสอบสวน และยื่นหลักฐานเอกสารรับรองจากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ยืนยันว่านายอุดมกะโหลกร้าว มีปัญหาเรื่องการได้ยิน และขาอ่อนแรง จากการประสบอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ในปี 51 และ 54 ซึ่งไม่ได้เกิดจากการตัดไม้ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมนำข้อมูลของดีเอสไอและหน่วยงานที่ลงพื้นที่ รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมมายืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่พบตอไม้ 700 ตอตามที่อยู่ในบันทึกการจับกุม

          ซึ่งคดีนี้สองสามีภรรยาถูกจับในข้อหาบุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ 72 ไร่ โดยมีหลักฐานตัดไม้สักและกระยาเลย กว่า 1,000 ต้น และยังครอบครองไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 จนเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 30 ปี โดยผู้ต้องหารับสารภาพ ลดโทษเหลือ 15 ปี

          จากนั้นประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์เมื่อปี 2557 ปฏิเสธว่าไม่ได้ตัดไม้ และว่าในวันเกิดเหตุได้เข้าไปเก็บเห็ดในป่าสงวนเท่านั้น โดยข้อให้ศาลลดโทษซึ่งศาลพิพากษาแก้เป็น จำคุก 14 ปี 12 เดือน

          เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยาชาว จ.กาฬสินธุ์ จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ขณะที่สองสามีภรรยา พร้อมญาติ เดินทางเข้ารับฟังการอ่านคำพิพากษา ในชั้นฎีกา ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขึ้นไปที่บังลังค์ 10 เพื่อรอรับฟังคำพิพากษา คดีนี้ ผู้ต้องหาได้ร้องขอความเป็นธรรมจากหลายหน่วยงาน และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน จนมีการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 2 พฤาภาคม 2560 อย่างไรก็ตามสองสามีภรรยา ยอมรับว่ามีความกังวลต่อคำพิพากษาที่จะมีขึ้น แต่ก็พร้อมน้อมรับส่วนผลจะออกมาอย่างไร จะมีการขอรื้อฟื้นคดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับทนายความที่จะพิสูจน์ความเป็นธรรม