
เร่งแก้ไขร่างพ.ร.บ.สหกรณ์ ฟื้นความเชื่อมั่น ระบบ‘สหกรณ์’
เร่งแก้ไขร่างพ.ร.บ.สหกรณ์ ฟื้นความเชื่อมั่น ระบบ‘สหกรณ์’
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยอมรับว่าภาพพจน์ของสหกรณ์ในปัจจุบันมีความเสียหายมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ความเสียหายกว่า1.5 หมื่น สหกรณ์ครูที่มีหนี้สินล้นพ้น และล่าสุดกรณีสหกรณ์ล็อตเตอรี่ ที่แม้จะพิสูจน์ได้ว่าสหกรณ์ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ก็ทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่น
ดังนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงต้องเร่งแก้ไข ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สหกรณ์ พ.ศ.... ได้บรรจุเข้าวาระการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ(สนช.)แล้ว โดยพ.ร.บ. ฉบับใหม่ นี้นายทะเบียนสหกรณ์สามารถเอาผิดกับบุคคลที่ 3 ที่สร้างความเสียหายให้กับสหกรณ์ หรือคณะกรรมการสหกรณ์ ที่สร้างความเสี่ยงหรือทุจริตได้ วิธีการนี้จะส่งผลให้สหกรณ์มีความมั่นคงและเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกได้อย่างแท้จริง
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบสหกรณ์ในปัจจุบันเกิดจากการทุจริตของคนบางกลุ่มโดยเฉพาะคณะกรรมการที่มีอำนาจบริหารงานโดยเด็ดขาด มีความเสี่ยงสูงจะตัดสินใจลงทุนที่ผิดพลาด ดังนั้นสมาชิกต้องสนใจติดตามการบริหารงาน เข้าประชุมทุกครั้งเพื่อสักถามเรื่องที่น่าสงสัย เช่นการจ่ายเงินโบนัส การใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย รวมทั้งต้องเลือกคนที่น่าไว้วางใจ เลือกผู้ตรวจบัญชีที่มีเข้มแข็ง เพราะก่อนที่หน่วยงานภาครัฐจะเข้าไปช่วยนั้นสมาชิกต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน"
นายวิณะโรจน์ กล่าวว่าสหกรณ์กว่า 8,000 สหกรณ์ มีเพียง 10%เท่านั้นที่ไม่ดี แต่สหกรณ์ที่ทำไม่ดีอย่างสหกรณ์คลองจั่น กลายเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อสังคม
ทั้งนี้ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ มีแนวโน้มว่าจะเริ่มดีขึ้นแต่ต้องอยู่ภายใต้การบริหารที่ดีไม่ทุจริตขึ้นมาอีก ส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสหกรณ์ล๊อตเตอรี่เป็นเพียงการกล่าวอ้างของ นายสวัสดิ์ แสงบางปลา ที่เป็นอดีตประธานสหกรณ์ นำไปกล่าวอ้างกับผู้อื่นเพื่อจูงใจให้ร่วมลงทุนในธุรกิจล๊อตเตอรรี่เท่านั้น ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ไม่สามารถจะดำเนินการเอาผิดได้ เพราะไม่ได้สร้างความเสียหายกับระบบสหกรณ์ ผู้ที่ได้รับความเสียหายต้องแจ้งความดำเนินคดีทางแพ่ง และอาญาเอาเอง
อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้ระบบสหกรณ์เกิดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภาพรวม ช่วงรอยต่อที่รอการพิจารณากฎหมายของ สนช. รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับพ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับใหม่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และกระทรวงการคลัง ได้ร่างกฎระเบียบขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2560 โดยจะผลักสหกรณ์ให้เป็นสมาชิกในเครดิตบูโร เริ่มจากรายใหญ่ที่มีเงินทุนหมุนเวียนเกิน 5,000 ล้านขึ้นไปก่อน เพราะกลุ่มนี้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเข้ามาดูแล ทำให้มีวินัยทางการเงินมากขึ้น
อย่างไรก็ตามจะไม่มีการบังคับ เพราะการเป็นสมาชิกเครดิตบูโรนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมพิเศษ ในขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับสหกรณ์ที่มีเงินทุนจดทะเบียนตั้งแต่1,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องเข้าสู่ โครงการสหกรณ์สีขาว ที่ต้องปฏิบัติตามธรรมาภิบาลสหกรณ์ โดยจะมีการประเมินทุกปี และสหกรณ์ที่เข้าโครงการจะได้รับใบรับรองเป็นสหกรณ์ที่ดีด้วย
“กรมส่งเสริมสหกรณ์จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสถานะทางบัญชีเพื่อแจ้งเตือนความเสี่ยง โดยจะพิจารณาเช่นการลงทุนมากเกินไป นำเงินทุนสำรองไปลงทุน เหล่ามีความเสี่ยงต้องเรียกคืนมากองไว้ การปล่อยกู้มากเกินไปก็ต้องหยุด ไปกู้เงินระยะสั้นจากธนาคารพาณิชย์มาปล่อยกู้ระยะยาวกับสมาชิก มีความเสี่ยงก็ต้องหยุด การจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก ปันผลที่สูงมาก 6-7%ต่อปี ก็ไม่ดีจะเป็นภาระกับสมาชิกผู้กู้เป็นต้น”
นอกจากนี้เพื่อให้สหกรณ์ที่มีสภาพคล่องสูงช่วยเหลือสหกรณ์ที่ขาดสภาพคล่อง กระทรวงฯมีแผนตั้งพัฒนาชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์(ชสอ.) ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงิน คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ การปล่อยกู้จะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ที่เข้มแข็งอยู่แล้วจะไม่มีความเสี่ยงในการปล่อยกู้ผ่านศูนย์นี้ จะส่งผลให้สหกรณ์พัฒนาไปด้วยกันในทิศทางที่ถูกต้อง
สำหรับหลักเกณฑ์กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ตามการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และธปท. ประกอบด้วยเกณฑ์ การให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกสามารถจ่ายเงินปันผลได้ไม่เกิน80 % ของกำไรสมาชิกสมทบ ให้รับได้เฉพาะบิดามารดา สามี ภรรยาหรือบุตรของสมาชิกสหกรณ์เท่านั้นเปิดเผยข้อมูลต่อที่ประชุมใหญ่ถึงผลประโยชน์และค่าตอบแทนของกรรมการดำเนินการ และผู้จัดการเป็นรายบุคคล
การจัดทำและเปิดเผยรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สินสหกรณ์ขนาดใหญ่จัดทำและเปิดเผยทุกวันสิ้นเดือนสหกรณ์ขนาดเล็ก จัดทำและเปิดเผยทุกไตรมาส และจัดส่งนายทะเบียนสหกรณ์ภายใน20วัน การจัดทำงบการเงินต้องเป็นไปตามรูปแบบและวิธีการที่กำหนด ผู้สอบบัญชีต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเห็นขอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ การกำหนดนโยบายในการรับและตรวจสอบสมาชิกให้ ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร
ตรวจสอบและเก็บรักษาเอกสาร รวมทั้งติดตามและรายงานบัญชีเงินฝากของสมาชิกที่มีความเคลื่อนไหวเป็นพิเศษกำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอัตราส่วนหนี้สินทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกินกว่า1.5เท่าและให้นำเงินรับฝากทั้งหมดของสหกรณ์มาคำนวณเป็นหนี้สินของสหกรณ์การให้เงินกู้แก่สมาชิกสหกรณ์ไม่เกิน100เท่าของรายได้รวม และการให้กู้แก่สหกรณ์อื่นต้องไม่เกิน10%ของส่วนของผู้ถือหุ้น หรือไม่เกิน15ล้านบาทกรณีไม่มีหลักประกัน ให้สหกรณ์กำหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดชั้นสินทรัพย์ การกันสำรอง และการตัดจำหน่ายสินทรัพย์หรือความเสียหายออกจากบัญชีการให้เงินกู้แก่สมาชิกสมทบ ต้องไม่เกินมูลค่าหุ้นรวมกับเงินฝากของสมาชิกสมทบรายนั้นๆมีแนวทางปฏิบัติในการให้เงินกู้การปรับโครงสร้างหนี้และการกู้วนซ้ำ และต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องไม่ต่ำกว่า 6%ของเงินรับฝากและเงินกู้ยืม



