
"ตายาย" เก็บเห็ด หวัง ศาลฎีกายกฟ้อง
"ทนายสงกานต์" พา สองผัวเมีย เก็บเห็ด เข้าพบ รองปลัดยธ.
1 พ.ค.60-ทนายสงกานต์พาสองผัวเมียเก็บเห็ดเข้าพบรองปลัดยธ. คาดคำพิพากษาฎีกามี 4 แนวทาง. หากยืนลงโทษจะยื่นขอรื้อฟื้นคดีอาญา ฟ้องกลับพนักงานสอบสวน ขณะที่ยธ.อนุมัติหลักทรัพย์ประกันตัวรายละ 1 ล้านบาท พร้อมส่งยุติธรรมจังหวัดร่วมฟังคำพิพากษา
นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา จำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ เดินทางเข้าพบนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ขอให้กองทุนยุติธรรมช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี และหลักทรัพย์ประกัน เนื่องจากในวันพรุ่งนี้( 2 พ.ค.) ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดี
นายสงกานต์ กล่าวว่า ตนได้ประเมินแนวทางที่ศาลจะมีคำพิพากษาไว้ 4 แนวทางคือ 1.ศาลพิพากษายืนให้จำคุก 2.ศาลพิพากษายกฟ้องคดี 3.พิพากษาแก้โทษ และ 4.มีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมหากมีคำพิพากษาในกรณีที่ศาลพิพากษายืนจะยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีและนำเงินจากกองทุนยุติธรรมยื่นขอประกันตัวทันที อย่างไรก็ตาม . โดยส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นไปในแนวทางที่ศาลฎีกาส่งสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ เพราะสำนวนคดีมีความผิดปกติหลายจุด หากสุดท้ายมีคำพิพากษายืนตนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฐานเบิกความเท็จ และจะรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งบันทึกตรวจยึดของกลาง และหลักฐานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอรื้อฟื้นคดีต่อศาล
ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า ตนได้อนุมัติเงินจากกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวไปแล้วล่วงหน้ารายละ 1 ล้านบาท หากศาลฎีกามีคำสั่งส่งสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ก็ยังสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ นอกจากนี้จะให้การช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยในวันพรุ่งนี้จะให้เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเข้าไปร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ขอก้าวล้วงการใช้ดุลยพินิจของศาลแต่ยืนยันว่าพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ทางด้านนายอุดม กล่าวว่า. ตนมาขอความเป็นธรรม อยากให้ศาลยกฟ้อง เพราะตนใช้ชีวิตอยู่กับภรรยา 2 คน. เป็นคนจนหาเช้ากินค่ำ เข้าไปเก็บของป่า และไม่ได้กระทำผิดในข้อหาแผ้วถางป่า และไม่ได้ตัดต้นไม้ ตนจะสู้จนคดีถึงที่สุด และต้องขอขอบคุณทนายความและผู้สื่อข่าวที่ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ขณะที่นางแดงนั่งร้องไห้ตลอดเวลา
ในวันเดียวกันนี้. น.ส.นิติชา กงแก้ว เข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายกรณีนายวุฒิโชติ กาญจนรังสิริ สามี, นายนพเศรษฐ์ กาญจนรังสิริ และนายเฉลิมพงศ์ กาญจนรังสิริ น้องชาย ถูกศาลพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี และปรับรวม 2 แสนบาท ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และบุกรุกเคหะสถานโดยมีอาวุธมีด โดยขณะนี้ทั้ง 3 รายถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรีมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ทั้งนี้ฝ่ายจำเลยทั้ง 3 ราย มีพยานบุคคลยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุวิวาท จึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมเพื่อรื้อฟื้นคดีอาญา
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการรับเรื่องไว้ ตรวจสอบว่าคำเบิกความพยานและผู้เสียหายมีน้ำหนักพอเชื่อได้ว่าจำเลยทั้ง 3 ไม่มีความผิดจริงหรือไม่ หากคดีมีน้ำหนักเพียงพอก็จะหาหลักฐานเพื่อช่วยรื้อฟื้นคดี .



