ข่าว

ส่งมอบ "ราชรถปืนใหญ่" ให้กรมศิลป์ทำ งานศิลปกรรม

ส่งมอบ "ราชรถปืนใหญ่" ให้กรมศิลป์ทำ งานศิลปกรรม

01 พ.ค. 2560

กรมสรรพาวุธ ส่งมอบราชรถปืนใหญ่องค์จริง และองค์สำรอง ให้กรมศิลปากร ไปดำเนินงานด้านศิลปากรรม ช่างผู้ออกแบบศิลปกรรม แจงใช้ลวดลายบัวปากฐาน ขาสิงห์ แกะสลักหัวพญานาค

          เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่กรมสรรพาวุธทหารบก  พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เป็นประธานในพิธีลงนามส่งมอบราชรถปืนใหญ่ เพื่อใช้ในการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช ให้แก่สำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้รับมอบ

ส่งมอบ "ราชรถปืนใหญ่" ให้กรมศิลป์ทำ งานศิลปกรรม

           พล.ท.อาวุธ กล่าวว่า ภายหลังจากที่กรมสรรพาวุธทหารบก ได้รับมอบหมายให้จัดสร้างราชรถปืนใหญ่ ได้ทำการศึกษารูปแบบตามงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร  รัชกาลที่ 8 โดยกรมสรรพาวุธฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทั้งข้อมูลจากหอจดหมายเหตุรวมถึงภาพถ่าย วิดิทัศน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลลักษณะการทำงานและส่วนประกอบของราชรถปืนใหญ่ที่ใช้ในพระราชถวายพระเพลิงพระบรมศพ และวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ประกอบการจัดสร้าง ทั้งนี้ โครงสร้างราชรถปืนใหญ่ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง และราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า มีคานบังคับสั้น เชือกชุดชัก 2 เส้น 

          อย่างไรก็ตาม ในการสร้างราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง ได้มีการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์พบว่า ราชรถปืนใหญ่ คือ  ปืนใหญ่ภูเขาแบบ 51 (ป.51) ดังนั้น ในการจัดสร้างรราชรถปืนใหญ่จึงใช้โครงสร้างของ ป. ภูเขา แบบ 51  เป็นโครงสร้างหลัก โดยได้นำป.ภูเขา แบบ 51 ที่ทางกองทัพบกได้เก็บรักษาไว้มาดำเนินการตรวจสอบโครงสร้างด้วยวิธีการตรวจสอบทางวิศวกรรม นำมาสร้างและบูรณะเพื่อให้ได้โครงสร้างที่แข็งแรง สามารถรับน้ำหนักพระบรมโกศได้อย่างเหมาะสม

ส่งมอบ "ราชรถปืนใหญ่" ให้กรมศิลป์ทำ งานศิลปกรรม

          พล.ท.อาวุธ กล่าวไปต่อว่า ส่วนราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า ปัจจุบันไม่พบการเก็บรักษา ดังนั้นกรมสรรพาวุธ จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบขนาดมิติต่าง ๆ จากนั้นนำมาวิเคราะห์และออกแบบราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้าให้มีลักษณะใกล้เคียงกับราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ครั้งที่ผ่านมาให้มากที่สุด  อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้กรมสรรพาวุธได้ดำเนินการการจัดสร้างในส่วนของโครงสร้างแล้วเสร็จ ตามกรอบเวลาที่กำหนด จัดสร้างดำเนินการที่กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สาย สรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ จ.นครราชสีมา เริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนมกราคม  จนกระทั้งเสร็จสิ้นและได้ทำพิธีส่งมอบในวันนี้ (1 พ.ค.) เป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน

            “การจัดสร้างครั้งนี้ดำเนินการทั้งหมด 3 องค์ ประกอบด้วย ราชรถปืนใหญ่องค์จริงหมายเลข 21863 ราชรถปืนใหญ่องค์สำรอง และราชรถปืนใหญ่องค์ฝึกซ้อม  การส่งมอบราชรถให้แก่กรมศิลปากรครั้งนี้ เป็นการส่งมอบราชรถองค์จริงและสำรองให้กับกรมศิลปากรไปดำเนินการจัดทำงานด้านศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ประดับลวดลายองค์ราชรถต่อไป” พล.ท.อาวุธ กล่าว

            ด้าน นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า  จากนี้กรมศิลปากร จะอัญเชิญไปยังโรงราชรถปืนใหญ่ทั้ง 2 องค์ ไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อดำเนินการด้านศิลปกรรมที่ศึกษามาจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมัยรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 มาเป็นต้นแบบ เพื่อให้ราชรถปืนใหญ่มีความสวยงามสมพระเกียรติ โดยตามกำหนดจะดำเนินการแล้วเสร็จช่วงต้นเดือนก.ย. เพื่อเตรียมการสำหรับการซักซ้อมที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนต.ค.นี้

ส่งมอบ "ราชรถปืนใหญ่" ให้กรมศิลป์ทำ งานศิลปกรรม

นายชนะโยธิน อุปลักษณ์

            ขณะที่ นายชนะโยธิน อุปลักษณ์  นายช่างศิลปกรรมกลุ่มงานช่างเขียนและช่างลายรดน้ำ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร  ผู้ออกแบบด้านศิลปกรรมประดับลวดลายราชรถปืนใหญ่ กล่าวว่า  ศิลปกรรมที่จะมาประดับโครงราชรถในส่วนที่เป็นโครงสร้างไม้ ราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง  แบ่งเป็น ตรงส่วนฐานจะใช้ลวดลายบัวปากฐาน และขาสิงห์ และส่วนแคร่ งอนด้านหน้าจะแกะเป็นหัวพญานาค 6 องค์ และหางที่ด้านหลัง นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบอื่นที่จะมาประดับเพื่อมาช่วยส่งเสริมให้ราชรถปืนใหญ่มีความงดงาม โดยลวดลายประดับตัวถังราชรถนั้น จะใช้ลายกระจังเรียงไปตามโครงสร้างของรถที่มีลักษณะเป็นแนวนอน ในส่วนของล้อราชรถ จะมีการประดับลายกระจังไปจากดุมล้อตรงกลางไปตามซี่ล้อทั้ง 12 ซี่ ขณะที่วงล้อราชรถจะมีการเดินเส้นสีทองโดยรอบ

            “จากนี้จะเริ่มสู่การแกะสลักลายกลีบบัว ขาสิงห์ซึ่งจะดำเนินการที่โรงราชรถ พิพิพธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  เมื่อแกะสลักเรียบร้อยก็จะมีการลงรัก ปิดทอง ประดับกระจก ทั้งนี้ ในส่วนของขาสิงห์นั้นจะมีการปิดทองทึบ ซึ่งแสดงถึงความสูงส่ในฐานานุศักดิ์ เช่นเดียวกับฐานสิงห์ใช้ระดับพระมหากษัตริย์ ส่วนการใช้บัวมารองรับ จะปรากฏในความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ซึ่งเปรียบพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ ขณะที่ การแกะแคร่เป็นหัวพญานาค เป็นความเชื่อตามคติพราหมณ์และคติพุทธ โดยไทยเปรียบพระมหากษัตริย์เสมือนสมมุติเทพ ในการเคลื่อนราชรถอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ก็จะมีนาครองรับและเคลื่อนเหมือนพระองค์ผ่านสู่ความเป็นมนุษย์กลับขึ้นสู่สรรค์ที่พระเมรุมาศ”นายชนะโยธิน กล่าว

ส่งมอบ "ราชรถปืนใหญ่" ให้กรมศิลป์ทำ งานศิลปกรรม

 

 

            พ.ต.สิทธิศักดิ์  ศรีนวลดี สังกัดกองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ  ในฐานะหัวหน้าครูฝึกพลฉุดชักราชรถ กล่าวว่า  ขณะนี้กรมสรรพาวุธได้ดำเนินการรับสมัครคัดเลือกทหารฉุกชักราชรถในริ้วขบวนที่ 2 เสร็จสิ้นแล้ว ครั้งนี้มีผู้สมัครจำนวนมาก ตั้งระดับพนักงาน ไปจนถึงนายทหารชั้นสัญญาบัตรสูงสุดระดับพันเอก คาดว่าจะเข้ามารายงานตัวในวันที่ 8 พฤษภาคม เริ่มฝึกซ้อมได้ประมาณ วันที่ 11 พฤษภาคมนี้ 

          “กรมสรรพาวุธได้เตรียมกำลังพลรองรับไว้แล้ว แบ่งเป็น พลฉุดชักราชรถน้อย หรือราชรถพระนำ 79 นาย  พระมหาพิชัยราชรถ 222 นาย รวมกับเจ้าหน้าที่ในส่วนอื่น ๆและกำลังพลสำรวม  ใช้กำลังคนรวม 301 นาย  นอกจากนี้ กรมสรรพาวุธยังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าพลฉุดชักราชรถปืนใหญ่ โดยมีทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 40 นายเป็นพลฉุดชชัก ส่วนท่าทางต้องหารือกับสำนักพระราชวัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะยึดท่าตามโบราณราชประเพณี”พ.ต.สิทธิศักดิ์ กล่าว