กร ทัพพะรังสี เทิดทูนในหลวง ร.9 เป็นพระโพธิสัตว์
บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 179 ประชาชนหลั่งไหลอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 179 วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 04.50 น.ให้พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ได้เข้าแถวรอขึ้นกราบอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างร้อนจัดตลอดทั้งวัน
นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ตัวแทนสกุลทัพพะรังสี กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศล ว่า 70 ปีที่ในหลวงร.9 ทรงครองราชย์ ถือเป็น 70 ปีที่สว่างไสวทั้งแผ่นดิน พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งราษฎร เสด็จฯไปช่วยหมดทั้งเหนือใต้ออก ตก และสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้ใน 4 พันกว่าโครงการ ทรงทำได้เหนือกว่านโยบายรัฐบาล เหนือกว่าสิ่งที่ภาครัฐทำ ฉะนั้นตัวเองและครอบครัวจึงรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หากมีโอกาสจะกลับมาเป็นเจ้าภาพอีก อย่างครั้งนี้ได้รับโปรดเกล้าฯให้มาเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลครั้งที่ 3 แล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังน้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติตลอดคือ ความซื่อสัตย์ ที่ทำอะไรอย่าหาประโยชน์ส่วนตน แต่ต้องให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม
"70 ปีที่ทรงครองราชย์ เป็น 70 ปีที่ชัดแจ้งถึงความเป็นพระโพธิสัตว์ของพระองค์ ผมเชื่อตามคำทำนายของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ว่า ในหลวงร.9 คือ พระศรีอริยเมตไตรย์ ซึ่งทรงทำนายไว้ตั้งแต่ยังไม่มีในหลวง ร.5 หรือประมาณ 120 ปีมาแล้ว ซึ่งผมเชื่ออย่างนี้มาตลอด" นายกร กล่าว
ด้านนายอุเทน พรหมมินทร์ ศิลปินนักร้อง ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดนามิค บรอดคาสติ้ง ซิสเต็ม จำกัด กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลว่า เกิดมาก็เห็นพระองค์ทรงงานแล้ว คิดว่าพระองค์ทรงงานมาตลอดพระชนม์ชีพด้วย ทำให้เชื่อว่าเวลานอนของตัวเองยังมากกว่าเวลาบรรทมของพระองค์ และทรงต้องใช้เวลาในการเสด็จฯเยี่ยมเยือนราษฎรในถิ่นทุรกันดารต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่คิดจะไป แต่พระองค์เสด็จฯไป ก็สะท้อนได้ว่าพระองค์ทรงดูแลราษฎรอย่างทั่วถึง และสิ่งที่พระองค์ทรงงานมาในอดีตได้เกิดผลมากมายแล้วในปัจจุบัน
"ในฐานะนักร้อง สิ่งที่ผมได้ทำเสมอมาคือ การรักษาความเป็นไทยที่พูดและร้องภาษาไทยให้ชัด แม้ระยะหลังจะมีอิทธิพลการร้องสำเนียงฝรั่งปนกับเพลงไทย แต่ผมก็ยังยึดมั่นในความเป็นไทย นอกจากนี้ ยังร่วมกับแฟนเพลงในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม อาทิ นำเงินบริจาคไปช่วยมูลนิธิต่างๆ เจอเด็กที่ขอความช่วยเหลือผ่านโทรทัศน์ ก็โอนเงินช่วยเหลือไป ซึ่งทำอย่างนี้มา 10 กว่าปีแล้ว และล่าสุดก็ร่วมกับต้น สุชาติ ชวางกูร นักร้อง ในการช่วยเหลือดูแลทหารที่บาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกเดือน อาทิ ไปเลี้ยงอาหาร มอบเงินช่วยเหลือ ทั้งที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก" นายอุเทนกล่าว
น.ส.จารุวรรณ คงมีผล อายุ 42 ปี อาชีพเกษตรกร ชาวนครพนม พร้อมด้วยสามี นายเสถียร สมสล้าง อายุ 44 ปี และลูกๆ ด.ช.วรทัต อายุ 6 ปี และด.ญ.วริยา สมสล้าง อายุ 4 ปี กล่าวหลังจากได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มา จริงๆ แล้วอยากมานานแล้วแต่ยังหาโอกาสอยู่พร้อมหน้าครอบครัวไม่ได้ พอดีลูกๆ ปิดเทอม สามีที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ก็ไปรับมาจากนครพนม แล้วชักชวนกันมากราบพระบรมศพ มาถึงพระบรมมหาราชวังเวลา 07.00 น. ได้เข้ากราบเวลา 08.00 น.ความรู้สึกแรกที่ได้เข้าไปในพระที่นั่งก็อธิษฐานจิตว่าลูกๆ มาไหว้พ่อขอให้พระองค์หลับให้สบาย ถึงเวลาที่พระองค์จะได้พักผ่อนเสียทีหลังจากทรงงานอย่างหนักมาตลอดพระชนม์ชีพ
"เด็กๆ ถามว่าในหลวงหน้าตายังไง เรามาทำอะไร ก็อธิบายให้ฟังว่าท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ท่านคอยช่วยเหลือพวกเรา ลูกก็บอกว่าจะกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่าได้ในกราบในหลวง ร.9 ส่วนตัวตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีโอกาสรับเสด็จฯ เห็นแต่ท่านเสด็จไปตามจังหวัดต่างๆ แม่เล่าให้ฟังว่าท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินไปที่วัดพระธาตุพนม ตอนนั้นแม่ยังเด็กๆ ก็ได้รับเสด็จพระองค์ท่าน แล้วก็มีรูปที่ในหลวงทรงโน้มตัวมารับดอกบัวเหี่ยวๆ ที่คุณยายตุ้มถวาย ทุกวันนี้ก็มีรูปนี้ติดไว้ในหมู่บ้านศรีบุญเรือง อ.ธาตุพนม ของเรา เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่พระองค์เสด็จมา เราเป็นชาวนาก็ได้พระองค์ท่านเป็นขวัญและกำลังใจ โดยเฉพาะวันพืชมงคลจะทรงแรกนาเป็นฤกษ์ดีให้ชาวนา ขณะเดียวกันเราก็ยึดคำสอนของท่านที่ให้พึ่งพาตนเองและอยู่อย่างพอเพียง ทำให้ชีวิตพออยู่พอกิน" น.ส.จารุวรรณ เผย ขณะที่นายเสถียร ผู้เป็นสามีเสริมว่าตัวเองเข้ามาทำงานเป็นช่างอยู่กรุงเทพฯ ก็ส่งเงินไปจุนเจือครอบครัว เวลาถึงปีใหม่บริษัทจะทำปฏิทินภาพในหลวง ร.9 แจกจ่าย ก็มักเก็บสะสมภาพพระองค์ท่านไว้ ตั้งใจว่าปีหน้าจะนำไปใส่กรอบแล้วจากญาติๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล
ทั้งนี้ สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 37,560 คน รวม 178 วัน มียอดสะสม 6,581,726 คน และมียอดเงินโดยเสด็จพระราชกุศล 2,374,843 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 529,740,254.76 บาท



