ข่าว

 ใบเสร็จในฝัน

ใบเสร็จในฝัน

07 ก.ย. 2552

ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถ้าเป็นคนภายนอกอาจมองว่าเป็นเรื่องใหญ่โต หรืออยากรู้ว่านายตำรวจคนใดมีพฤติกรรมเอาเก้าอี้มาเร่ขาย มีราคาเท่าไร

 แต่สำหรับคนในองค์กรแล้ว เรื่องแบบนี้รู้สึกเฉยๆ ชินชา ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

 ส่วนราคาค่างวดหรือหาซื้อกับใครนั้น แค่ยกโทรศัพท์ถามเพื่อนตามสำนักงาน ตร.ก็รู้ช่อง ส่วนใหญ่คนนอกเป็นหน้าเสื่อ จะจ่ายเป็นเงินสด ที่ดิน รีสอร์ท ม้า พระเครื่อง ทรัพย์สินมีค่าได้หมด

 วิธีปฏิบัติคือหนึ่งปีต้องวิ่งเต้นกัน 2 รอบ คือ ช่วงโยกย้ายเดือนเมษายน หรือที่เรียกกันว่า "โผชุดเล็ก" และการแต่งตั้งประจำปีทดแทนการเกษียณอายุราชการ ก็ราวๆ กลางเดือนสิงหาคมอย่างช้ากันยายน

 แต่เผอิญปีนี้เกิดเหตุไม่ปกติ เพราะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยากได้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แต่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ไม่เอา เรื่องเลยยาวเป็นรามเกียรติ์

 ที่จริงการซื้อขายตำแหน่งมีมานานแล้ว เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของผู้บังคับบัญชาหลายระดับ บางยุคมูมมามเหมือนตลาดนัด บางยุคแค่คนวงในไม่มาก

 ถึงขนาดแซวกันฮาแต่น่าขื่นขมว่า ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ เก้าอี้มีไว้ขาย !!

 การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบหาข้อเท็จจริงตามที่นายศิริโชค โสภา วอลล์เปเปอร์นายอภิสิทธิ์ ออกมาโวยวายกำลังถูกจับตา

 คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อนุ ก.ตร.) ที่มีนายสมศักดิ์ บุญทอง เป็นประธานนั้นจะสรุปผลออกมาอย่างไร

 ปัญหาที่ดูจะเป็นแค่ข่าวซุบซิบมายาวนาน จะถูกลากไส้ออกมาหรือไม่ ที่ผ่านมาคณะกรรมการหลายคนเป็นนายตำรวจที่ได้รับการยอมรับจากกำลังพลส่วนใหญ่ ครั้งนี้ต้องเดิมพันด้วยชื่อเสียง

 เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วคงต้องมีคนรับผิดชอบ ข่าวว่าลุ้นกันสุดๆ อาจได้ถึงระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 คน นายพลคนแรกคอยจัดทำรายชื่อ อีกคนเดินสายรับเงิน ทั้งมัดจำและจ่ายสดหมดเลย

 พล.ต.ท.สองคนนี่แหละคือกุญแจสำคัญที่จะไขว่า เงินจากผู้ใต้บังคับบัญชาตกไปอยู่กับมือใคร หรือนำไปฟอกในธุรกิจลักษณะไหน

 เห็นใจคณะกรรมการเหมือนกัน เพราะเครือข่ายของผู้มีอำนาจนั้น แม้แต่นายกฯ ยังไม่อาจหักหาญลงได้

 บทสรุปข้อเท็จจริงคงไม่อาจคาดหวังได้ ยกเว้นจะมีใครเซ่อไปออกใบเสร็จรับเงินไว้ !!