
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
ในแต่ละวันคุณๆ คงได้รับข้อความและรูปภาพที่ส่งเข้ามาทางอีเมลและเว็บบอร์ดเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็คงเป็นพวกเสนอขายสินค้าและบริการ โฆษณาประชาสัมพันธ์จิปาถะ และเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ แต่บางครั้งสิ่งที่ส่งมานั้นก็มีเรื่องราวน่าสนใจที่น่าจะเผยแพร่ต่อไปเพื่อเป็นสา
เรื่องแรกเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับ สัญญาณบ่งชี้ของเส้นเลือดในสมองอุดตัน (Stroke)...
“ระหว่างงานเลี้ยงบาร์บีคิว เพื่อนคนหนึ่งสะดุดล้มลงไปกองกับพื้น แต่เธอบอกกับทุกคนว่าเธอไม่เป็นไร (เพื่อนๆ ถามว่าจะให้เรียกแพทย์เคลื่อนที่ไหม) เธอบอกว่า เธอแค่สะดุดก้อนหินเพราะยังไม่ชินกับรองเท้าคู่ใหม่ ทุกคนช่วยกันปัดเศษสกปรกออกไปจากตัวเธอและไปตักอาหารมาให้ใหม่ ตัวเธอเองหลังจากนั้นรู้สึกว่าจะมีอาการสั่นเล็กน้อย แต่ก็สนุกสนานดีตลอดเย็นวันนั้น หลังจากนั้นสามีของเธอก็โทรไปบอกเพื่อนๆ ทุกคนว่า ภรรยาเขาถูกนำส่งโรงพยาบาล (และเสียชีวิตในเวลาต่อมา) เธอมีอาการของเส้นเลือดในสมองอุดตันตั้งแต่อยู่ในงานเลี้ยงบาร์บีคิวแล้ว ถ้าทุกคนรู้ว่าเธอมีอาการนี้เสียตั้งแต่แรก บางทีเธออาจจะยังอยู่กับพวกเราในวันนี้ก็ได้ บางคนก็ไม่เสียชีวิต แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างคนสิ้นหวังและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
แพทย์ด้านประสาทวิทยา กล่าวว่า ถ้าแพทย์สามารถไปถึงตัวผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองอุดตันได้ภายใน 3 ชั่วโมง แพทย์จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้แน่นอน ที่สำคัญก็คือต้องทราบว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคนี้ บางครั้งอาการของโรคเส้นเลือดในสมองอุดตันเป็นการยากที่จะรู้ได้ แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือ การไม่รู้อาจหมายถึงหายนะได้ สมองผู้ป่วยอาจถูกทำลายอย่างรุนแรง โดยที่คนรอบข้างไม่รู้เลยว่านี่คืออาการของเส้นเลือดสมองอุดตัน
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณที่จะทราบอาการได้อย่างง่ายๆ อยู่ 3 อย่าง
อย่างแรกคือ บอกให้ผู้ป่วยยิ้ม
อย่างที่สองคือ บอกให้ผู้ป่วยพูดประโยคง่ายๆ เช่น วันนี้อากาศดีนะ และ
อย่างที่สามบอกให้ผู้ป่วยยกแขนทั้งสองข้างขึ้น
ถ้าผู้ป่วยมีความยากลำบากในการทำข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทรศัพท์หาหมายเลขฉุกเฉิน และแจ้งอาการของผู้ป่วย
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณใหม่อีกอย่างหนึ่งคือให้ผู้ป่วยแลบลิ้น หากลิ้นมีลักษณะม้วนงอหรือตกไปข้างใดข้างหนึ่ง เป็นข้อบ่งชี้ว่า "ผู้ป่วยมีอาการเส้นเลือดในสมองอุดตัน”
ท้ายจดหมายเวียนอิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ บอกว่า “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจบอกว่าหากคุณได้รับอีเมลนี้ และส่งต่อไปอีก 10 คน อาจมีผลให้สามารถช่วยชีวิตคนอื่นได้อีกมากมาย”
เรื่องที่สอง เป็นการขอรับบริจาคแผ่นซีดี เพื่อช่วยชีวิตช้าง ซึ่งคุณอาจจะงงว่ามันเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร ก็ลองอ่านดูนะครับ
“สวัสดีครับวันนี้ทางทีมงานจะมาขอความร่วมมือและน้ำใจจากเพื่อนๆ ทุกคน เพราะว่าเป็นของที่เราน่าจะมีกันทุกคนนะครับ คืออยากจะขอรับบริจาคแผ่นซีดีที่ไม่ใช้แล้ว นำไปมอบให้อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปสร้างรั้วกันช้างป่าไม่ให้ออกมาบุกรุกที่เพาะปลูกของชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณอุทยาน ซึ่งประสบปัญหาช้างป่าบุกรุกที่เพาะปลูก เพื่อหาอาหารและน้ำ ทางอุทยานจึงคิดหาวิธีปลอดภัยที่สุดคือ ทำรั้วด้วยแผ่นซีดีและแบตเตอรี่รถยนต์ 100 แอมป์ เชื่อมกับสปอตไลท์ที่แขวนไว้ระดับเดียวกับแผ่นซีดี เมื่อลมพัดผ่าน ซีดีก็จะหมุนไปมา ทำให้เกิดแสงวูบวาบ ซึ่งจะทำให้ช้างตกใจไม่กล้าออกจากป่า ส่วนช่วงกลางวันไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ เพราะแผ่นซีดีจะสะท้อนแสงอาทิตย์อยู่แล้ว
บริจาคแผ่นซีดีได้โดยตรงที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตู้ ปณ.10 ปณจ.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77150 โทร.0-3264-6292”
จดหมายฉบับนี้ลงท้ายว่า “ให้คนรู้ว่าเราไม่ได้มีแต่หมีแพนด้า 555”
ก็ขอขอบคุณเจ้าของจดหมายทั้งสองฉบับที่ส่งเรื่องราวดีๆ มาให้ และหวังว่าคุณๆ ที่ได้อ่านคอลัมน์ของผมวันนี้ ก็คงจะช่วยบอกต่อๆ กันไปด้วยนะครับ



