
โจ๋กรุงเก่าตั้งแก๊งปล้น2รายซ้อน รวบได้2หนีรอด4
โจ๋กรุงเก่าเหิมรวมแก๊งปล้นตามถนนหลวงคืนเดียว 2 รายซ้อน ตร.รวบได้ 2หนีรอดอีก 4
(30เม.ย.) เวลา 02.00 น. พ.ต.อ.ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งจากอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจว่ามีเหตุคนร้าย ใช้จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ 3 คัน คนร้าย 6 คน ใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์คนขับรถบริเวณถนนสาย 347 บริเวณต่างระดับบางปะอิน ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน
จากนั้นคนร้ายมุ่งหน้าหลบหนีไปตามถนนสาย 347 มุ่งหน้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา และได้ไปก่อนเหตุใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์คนขับรถอีกรายที่บริเวณหน้าศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จากนั้นทั้งหมดขี่จักรยานยนต์มุ่งหน้าไปตามถนนสาย 347 เลี้ยวออกไปทางถนนสาย 356 เพื่อไปออกถนนสายเอเชีย โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยาที่ประสบเหตุวิ่งติดตามและวิทยุประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน และสภ.พระนครศรีอยุธยา
กระทั่งเจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนร้ายขี่จักรยานยนต์เกาะกลุ่มมาตามถนนสายเอเชีย โดยรถจักรยานยนต์คนร้ายคันหนึ่งยี่ห้อฮอนด้าเวป สีดำ ปิดแผ่นป้ายทะเบียนด้วยสกอตเทป หลบหนีมุ่งหน้าขึ้นนครสวรรค์ ถึงหน้าศูนย์รถยนต์ฟอร์ด ม.2 ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน ล้มลง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามจับกุมได้ 2 คนคือนายสุทธา พันผูกบุญ อายุ 19 ปี และนายพล (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาวิทยาสังกัดอาชีวะศึกษาใน จ.ปทุมธานี พร้อมอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก จึงควบคุมตัวเอาไว้
ขณะเดียวกันคนร้ายที่เหลืออีก 4 คนขี่จักรยานยนต์หลบหนีวิ่งย้อนศร ไปตามถนนสายเอเซีย มุ่งหน้าไปทางต่างระดับ และได้ใช้อาวุธปืนยิงรถของอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ ที่ขับปากหน้า กระสุนถูกเข้าที่กระจกหลัง และทะลุเข้าไปถูกเบาะคนขับ สะเก็ดกระสุนถูกต้นคอนายพงษ์ตระกูล แจ้งพันธ์ อายุ 40 ปีอาสาสมัครที่ขับปาดหน้าบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นคนร้ายทั้งหมดก็หลบหนีไปได้
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าทั้งหมดเป็นกลุ่มวัยรุ่นใน ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาและบางคนเป็นนักศึกษา รวมตัวกันขี่จักรยานยนต์ไปตามถนนเส้นทางต่างระดับบางปะอิน มาจนถึงเขตพระนครศรีอยุธยา โดยซ้อนมาคันละ 2 คน ทุกคันมีอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ โดยจะตระเวนขี่ประกบเหยื่อที่ขับรถยนต์มาช้าๆ หรือที่จอดข้างทางหรือจักรยานยนต์ โดยใช้อาวุธปืนขู่ปลดทรัพย์สิน แล้วหลบหนี ซึ่งทราบตัวคนร้ายที่เหลือแล้ว จนท.จะได้ออกหมายจับคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป



