ข่าว

ระอุ!! ปชช.จวกรัฐ ขึ้นค่า FT 12 สต. ทำเดือดร้อน

ระอุ!! ปชช.จวกรัฐ ขึ้นค่า FT 12 สต. ทำเดือดร้อน

28 เม.ย. 2560

"มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค-ภาคประชาชน" รุม จวก รัฐ ขึ้นค่า FT 12 สตางค์ คนจนเดือดร้อน เพิ่มความเหลื่อมล้ำ ซัด คาดการณ์เกินจริง สร้างกำไรให้เอกชนนับหมื่นล้าน

 


          28 เม.ย. 60 - ผศ.ประสาท มีแต้ม ประธานอนุกรรมการด้านการบริการสาธารณะ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการเพื่อผู้บริโภค น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา นางบุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (สอบ.) นายจำนงค์ หนูพันธ์ ที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม 4 ภาค น.ส.นุชนารถ แท่นทอง แกนนำเครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกันแถลงข่าว เรื่อง "มาฟังเหตุผล ทำไมไม่ต้องขึ้นค่าไฟฟ้า (FT)   
          โดยผศ.ประสาท กล่าวว่า ตามที่กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คาดการณ์ราคาก๊าซฯของกกพ. สวนทางกับแนวโน้มของราคาก๊าซที่ปากหลุมที่มีแนวโน้มลดลง ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา แต่กกพ.กลับคาดการณ์ให้มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยอ้างว่า "ตามรอบการปรับราคาตามสัญญา" ในขณะที่ราคาก๊าซฯทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง (รวมทั้งราคาก๊าซจากพม่าด้วย) ทำไมคนไทยต้องมีค่าก๊าซที่เพิ่มขึ้น สมมมุติว่า ถ้าราคาก๊าซฯเพิ่มขึ้นจริงตามที่กกพ.คาด ปัจจัยค่าเชื้อเพลิงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) เพิ่มไม่เกิน 4.08 สตางค์ต่อหน่วย ปัจจัยค่าซื้อไฟฟ้าจากเอกชนของกฟผ. ค่าความพร้อมจ่ายลดลง 0.16 สตางค์ต่อหน่วย ค่าพลังงานไฟฟ้าของเอกชน ควจจะใกล้เคียงกับค่าซื้อเชื้อเพลิงของกฟผ. ค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐบาล เพิ่มขึ้น 0.64 สตางค์ต่อหน่วย เท่ากับทั้งหมดนี้ ค่าFT จะเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5 สตางค์ต่อหน่วย ไม่ใช่ 12 สตางค์     
          ทั้งนี้จากตัวเลขตามข้อมูล กฟผ.คาดการณ์สูงอยู่แล้วคือ 222-238 บาทต่อล้านบีทียู แต่ราคาปากหลุมลดลงเรื่อยๆแต่ที่น่าแปลกใจคือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกับคาดการณ์สูงกว่ากฟผ.ซึ่งเป็นคนซื้อเสียอีก โดยคาดการณ์ไว้ถึง 250 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งดูจากข้อมูลทุกอย่าง แต่มันขัดแย้งเกินความเป็นจริง ทำไมต้องคาดการณ์สูง    
          ขณะที่นายจำนงค์ กล่าวว่า คนจนทั่วประเทศจะต้องสะอึก ได้รับผลกระทบ แค่ในส่วนของเครือข่ายสลัม 4 ภาค ต้องใช้ไฟหน่วยละ 10 กว่าบาท คนจนรายได้เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง รัฐบาลเคยบอกว่าจะเข้ามาลดความเหลื่อมล้ำ แต่นี่สร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนมีฐานะมากขึ้น ซึ่งไม่มีเหตุผลเลยที่จะขึ้นค่า FT เพราะเกิดจากการคาดการณ์   
          ด้านน.ส.นุชนารถ กล่าวว่า การขึ้นราคาครั้งนี้ มีผลกระทบไม่เฉพาะคนจน แต่มีผลกระทบกับทุกกลุ่มในสังคม ที่ผ่านมาชุมชนแออัด ใช้ไฟแบบพ่วงค่าไฟตกอยู่ 8-12 บาท รัฐควรให้การสนับสนุนคนทั้งประเทศ กฟผ.แทบจะไม่เคยขาดทุน มีการจ่ายโบนัสปีละ 2 ครั้ง รัฐควรสนับสนุนประชาชนให้ผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เอง แต่รัฐบาลก็ไม่ให้การสนับสนุนและหากใครทำก็ผิดกฎหมายอีก ทั้งนี้ให้เงินคนจน 1,500-3,000 บาท แต่มาขึ้นค่าไฟ เหมือนมาทำร้ายพวกเรา รัฐควรสนับสนุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ ควรสนับสนุนให้คนทั้งประเทศ เพราะมีความจำเป็นต่อมนุษย์ ไม่อยากให้รัฐมาซ้ำเติมเรา ค่าใช้จ่าย 12 สตางค์ อาจจะถูกมองว่าไม่เยอะ แต่สำหรับเราก็มีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก การไฟฟ้าไม่เคยลงทุนอะไร ขนาดเงินตั้งเสาก็เป็นเงินเรา แล้วยังจะย้อนกลับมาเก็บเงินกับเราอีกหากทำเสาเสียหาย   
          น.ส.รสนา กล่าวว่า ค่าก๊าซธรรมชาติที่ กกพ.คาดการณ์ ถึง 250 บาทต่อล้านบีทียูนั้น เมื่อเทียบแล้วสูงกว่าต่างประเทศถึง 100 เปอร์เซ็น กกพ.ควรมีหรือไม่ เพราะมีหน้าที่กำกับดูแลราคาให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภค หรือว่าให้อำนาจมาสร้างกำไรให้กับเอกชน ถ้าดูตัวเลขแล้ว อย่างมากก็ขึ้นแค่ 6 สตางค์ไม่ใช่ 12 สตางค์ คนฟังอาจจะมองว่าน้อยแต่จริงๆแล้ว 1 สตางค์ จะสร้างกำไรถึง 1,800 ล้านบาท ถ้าคำนวน 1 ไตรมาสก็เท่ากับ 8,538 ล้านบาท 1 ปีเท่ากับ 25,000 ล้านบาท ที่คนจนต้องมาแบกรับกำไรของคนเหล่านี้ เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับคนจนคนรวยมากขึ้น   
          นางสารี กล่าวว่า ขอให้ กกพ.ทบทวนการขึ้นค่า FT 12 สตางค์ เพราะการคาดการณ์ไม่ถูกต้อง ข้อมูลไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ จึงไม่จำเป็นต้องขึ้นค่า FT ไม่อยากให้ขึ้นล่วงหน้า และอยากให้ กกพ.ออกมารับผิดชอบต่อการคาดการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม จะนำข้อเสนอนี้ส่งให้ กกพ.เพื่อขอให้ทบทวนและยุติ และอยากเสนอให้รัฐบาลชะลอหรือยุติการสร้างโรงไฟฟ้าชั่วคราวด้วย.