ข่าว

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพตลอดทั้งวัน

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพตลอดทั้งวัน

28 เม.ย. 2560

เป็นคนไทยต้องมีสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องมาแสดงความรักความกตัญญูต่อในหลวง ร.9

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพตลอดทั้งวัน

        สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 177 ยังคงมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาถวายสักการะต่อเนื่องทั้งวัน แม้จะมีอากาศร้อนจัดสลับกับฝนตกปรอยๆ เป็นระยะ

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพตลอดทั้งวัน

        นางฤดีวรรณ ตั้งเจริญสุขจีระ อาชีพเจ้าของกิจการวัย 46 ปี ชาวกรุงเทพฯ เผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้เคยไปเฝ้าฯ ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอนประทับที่โรงพยาบาลศิริราช กระทั่งเมื่อเสด็จสวรรคต เพิ่งมากราบพระบรมศพครั้งแรก เพราะยังทำใจไม่ได้ แต่เป็นคนไทยต้องมีสักครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องมาแสดงความรักความกตัญญูต่อพระองค์ท่าน ยิ่งวันนี้มาเห็นพระเมรุมาศกำลังก่อสร้างยิ่งรู้สึกเศร้าใจมากๆ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องความพอเพียงและสอนให้ประชาชนให้ดำเนินชีวิตเช่นนี้ ตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่น้อมนำเรื่องนี้มาใช้ในชีวิต โดย ไม่ใช้จ่ายเกินตัว มาใช้ในการดำเนินชีวิต อีกทั้งยังตั้งปณิธานว่าจะยังคงดำเนินชีวิตเช่นนี้ไปโดยตลอด นอกจากนี้ยังรู้สึกประทับโครงการพระราชดำริที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงคิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการทำฝนหลวง นับว่าพระองค์ท่านทรงมีพระอัจฉริยะมากๆ

ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพตลอดทั้งวัน

วันทนีย์ ใจเที่ยง (กลาง)

        นางวันทนีย์ ใจเที่ยง อายุ 55 ปี อาชีพชาวสวน พสกนิกรชาวบางขุนกรอง จ.นนทบุรี กล่าวภายหลังที่ได้สักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ว่ามากราบสักการะพระบรมศพมากกว่า1 ครั้งแล้ว และทุกครั้งที่ได้กราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ล้วนเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ รู้สึกใจหายที่พระองค์กำลังจะจากพวกเราชาวไทยทุกคนไปแล้วจริงๆ ขณะเดียวกันก็ดีใจที่พระองค์จะได้ทรงพักผ่อนพระวรกายเสียที ที่ผ่านมาพระองค์ทรงเหนื่อยมามากแล้ว เสด็จฯไปในที่ต่างๆ ในถิ่นธุรกันดาร เพื่อทรงช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ให้อยู่ดีกินดีกันถ้วนหน้า รวมถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ได้พระราชทานไว้ให้แก่ปวงชนชาวไทย เป็นหลักยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต และทุกวันนี้ในครอบครัวก็ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ชีวิตในแบบวิถีเดิมเหมือนเมื่อครั้งสมัยปู่ย่าตายาย ยังเดินทางไปไหนมาไหนทางเรือ ถึงแม้จะมีความสะดวกสบายเข้ามาแทนที่ก็ตาม แต่ทุกคนในชุมชนก็ยังใช้วิถีชีวิตตามเดิม คือทำสวนปลูกกล้วยน้ำหว้า ส้มโอ และมะละกอ มาขายที่ตลาด และผลไม้ที่เหลือจากการค้าขายก็จะนำไปแบ่งให้เพื่อนบ้านนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป