
ห่วง"หนี้นอกระบบ"เกลื่อนคุมยากจี้รัฐเร่งดูแลหนี้รากหญ้า-รับเงินกู้แบงก์รัฐยังเข้าไม่ถึง
คลังห่วงปัญหาทวงหนี้นอกระบบรุนแรงขึ้นทุกวัน แถมเจ้าหนี้กระจายออกนอกพื้นที่ควบคุมยาก มองรัฐบาลต้องเร่งเข้ามาดูแลหนี้ภาคประชาชนให้มากขึ้น ชี้สินเชื่อแบงก์รัฐและเงินงบประมาณรัฐยังมีข้อจำกัด ลงไม่ถึงมือกลุ่มรากหญ้าที่เดือดร้อนจริง
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า แม้ขณะนี้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ออกมาแล้ว และมีโครงการสินเชื่อฟาสต์แทร็ก หรือการอนุมัติเงินด่วน ที่ให้ธนาคารทุกแห่งของรัฐเร่งปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น แต่กระทรวงการคลังยังคงเป็นห่วงเรื่องหนี้สินภาคประชาชนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากเห็นว่า เงินที่ใส่เข้าไปในระบบนั้น ยังคงไม่ลงไปถึงประชาชนระดับฐานรากอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ สะท้อนได้จากปัจจุบันที่มีข่าวเกี่ยวกับประชาชนต้องหันพึ่งพาเงินกู้นอกระบบอยู่จำนวนมาก และประสบปัญหาถูกเจ้าหนี้ทวงถามด้วยวิธีการโหดร้ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประชาชนในระดับฐานรากยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงิน อีกทั้งปัจจุบันยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะมีกระบวนการนายทุนเข้าไปเปิดให้บริการเงินกู้นอกระบบตามพื้นที่ต่างๆ จำนวนมาก และได้ตั้งหน่วยทวงหนี้ไว้สำหรับติดตามทวงหนี้ จนทำให้ประชาชนไม่ทราบว่า ใครคืนเจ้าหนี้ที่แท้จริง ซึ่งในอดีตที่เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบแต่ละรายนั้นจะมีทำธุรกิจเฉพาะแต่ในพื้นที่ของตัวเองเท่านั้น และหลายรายที่เป็นผู้มีอิทธิพล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปจัดการอย่างเด็ดขาดได้ จึงเป็นปัญหาทางสังคมที่วนอยู่แบบนี้
ดังนั้น ต้องการให้รัฐบาลมองประเด็นว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันการทำธุรกิจ การซื้อขายสินค้าแทบทุกชนิด ล้วนผ่านระบบสถาบันการเงิน ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือซื้อสินค้าต่างๆ แต่ปัจจุบันยังมีช่องว่างที่ทำให้คนเหล่านี้เข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบ จึงต้องเสียเปรียบคนบางกลุ่ม โดยอาจให้ธนาคารของรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขให้คนกลุ่มนี้กู้ง่ายขึ้น ซึ่งน่าจะดีกว่าการเข้มงวดให้สินเชื่อแล้วกลายเป็นการผลักดันให้กลุ่มนี้หันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ
“การที่เปิดโอกาสให้คนรากหญ้าเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงินอย่างแท้จริงนั้น นอกจากเป็นการพัฒนาศักยภาพของลูกหนี้ เพราะต้องมีความรับผิดชอบในการชำระหนี้สิน และต้องมีระเบียบวินัยในการใช้จ่ายเงินแล้ว ยังทำให้รัฐเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่สำคัญด้วย เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่ช่วยเหลือแต่ภาคเกษตรกรและภาคแรงงานเท่านั้น โดยนอกจากให้ธนาคารของรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืมแล้ว อาจให้เข้าไปเจรจากับโรงงานต่างๆ เพื่อเปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับพนักงาน เป็นต้น” รายงานข่าวระบุ



