ข่าว

พรุ่งนี้"อัยการ"ประสาน"ตร."ออกหมายจับ“บอส วรยุทธ” 

พรุ่งนี้"อัยการ"ประสาน"ตร."ออกหมายจับ“บอส วรยุทธ” 

27 เม.ย. 2560

พรุ่งนี้..อัยการให้ตร.ออกหมายจับ “บอส วรยุทธ” ส่งฟ้องศาลซิ่งรถชนตำรวจดับ "ทีมโฆษกอัยการ"ฝากถึงบอส ดีที่สุดควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย

 

          27 เม.ย. 60 - เวลา 14.00 น. ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ผู้ต้องหาคดีขับรถเฟอร์รารี่ด้วยความเร็วชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย.55

          โดย ร.ท.สมนึก โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตามที่อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ได้นัดตัวนายวรยุทธให้มาพบในวันนี้ ปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา นายวรยุทธได้ส่งทนายความมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีออกไปอีก โดยอ้างเหตุเร่งด่วนไปจัดการธุรกิจที่ประเทศต่างๆ ซึ่งอัยการเห็นว่านายวรยุทธ ผู้ต้องหาได้ส่งทนายความขอเลื่อนคดีด้วยเหตุลักษณะเดียวกันนี้อย่างต่อเนื่องหลายครั้งแล้ว มีเจตนาประวิงคดีและหลบหนี ดังนั้น นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีตามที่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด มีคำสั่งกำชับไม่ให้ผู้ต้องหาเลื่อนคดีอีก ซึ่งอัยการก็ให้เวลานายวรยุทธเข้ามาพบอัยการภายในเวลา 16.00 น. วันนี้ (27 เม.ย.) หากนายวรยุทธ ผู้ต้องหาเดินทางมาพบอัยการ หรือเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาได้ อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้นำตัวยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันที เนื่องจากอัยการเตรียมสำนวนคำฟ้องเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว หากไม่มา ในวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) จะให้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ มีหนังสือไปยังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

          โฆษกอัยการ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่นายวรยุทธ ผู้ต้องหา เคยร้องขอความเป็นธรรมนั้น เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสุทธิ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้ส่งสำนวนพร้อมผลการสอบสวนเพิ่มเติมพยานผู้เชี่ยวชาญตามที่ผู้ต้องหาร้องขอ ไปยังอธิบดีอัยการสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว และ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุด ได้มีความเห็นเมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 ว่าคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับพนักงานอัยการได้พิจารณาให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาตลอดมา และเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว หากการพิจารณาสั่งคดียังล่าช้าอาจเกิดความเสียหายแก่คดีและเป็นที่เคลือบแคลงต่อสังคมกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดได้

          ขณะที่อัยการสูงสุดได้พิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมฉบับที่ผู้ต้องหายื่นมาฉบับสุดท้ายลงวันที่ 6 มี.ค.60 ที่ขอให้สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาอ้างว่าตนเองไม่ได้ขับรถโดยประมาทและอ้างคำให้การของพยานผู้เชี่ยวชาญ กับรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว

          “ อัยการสูงสุดเห็นว่าความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานเดิมจึงให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม และให้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ แจ้งพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวนายวรยุทธ ผู้ต้องหามาฟ้องตามคำสั่งฟ้องต่อไป ” โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดระบุ 

          ด้านนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงขั้นตอนขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากมีการสั่งฟ้องผู้ต้องหาต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้ตัวมาดำเนินคดี หากตัวผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศก็จะต้องดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งตามขั้นตอนพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบสำนวน ต้องแจ้งพนักงานสอบสวนติดตามตัวโดยส่งคำขอไปยังศาลว่าผู้ต้องหามีเจตนาหลบหนีขอศาลออกหมายจับ และเมื่อศาลออกหมายจับแล้วจะต้องติดตามจับให้ก่อนคดีขาดอายุความ ซึ่งการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นตำรวจจะต้องสืบสวนให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ที่ใด และอยู่ในประเทศอังกฤษตามที่สื่อนำเสนอหรือไม่ หากระบุที่อยู่ได้ชัดเจนแล้วพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมคำสั่งฟ้องของอัยการ ประกอบการพิจารณาอัตราโทษตามเงื่อนไข พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 ที่ระบุขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ในคดีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไปและคดียังไม่หมดอายุความ กับไม่เป็นคดีความผิดทางการเมืองและการทหาร

          นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา เคยมีผู้ต้องหาคดีขับรถชนตายที่ประเทศอังกฤษแล้วหนีเข้ามาในไทย ซึ่งอังกฤษก็ขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาแล้วเราก็ดำเนินการให้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าข้อหาดังกล่าวเคยมีการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนกัน แต่ถ้าประเทศอังกฤษปฏิเสธคำขอของไทยด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งเราก็สามารถใช้ พ.ร.บ.ความร่วมมือคดีอาญาระหว่างประเทศฯ ขอให้อังกฤษ เริ่มดำเนินคดีใหม่กับผู้ต้องหารายนั้นที่ประเทศอังกฤษได้เช่นกันโดยเราเป็นผู้ส่งหลักฐานไปให้ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวสามารถกระทำได้กับทุกประเทศที่มีสนธิสัญญากับเราซึ่งเคยมีการดำเนินการมาแล้ว  อย่างไรก็ตามอัยการสูงสุดได้กำชับว่าจะไม่ละเว้นการติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดี

          เมื่อถามว่า หากผู้ต้องหามีการย้ายประเทศพำนักอาศัยบ่อย นอกจากการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้ว เรายังสามารถใช้วิธีการประสานตำรวจสากลที่เรามีสนธิสัญญา 188 ประเทศได้หรือไม่

          อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า การขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน เราได้เตรียมตั้งคณะทำงานไว้รองรับแล้ว หากเราได้รับคำร้องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและครบองค์ประกอบที่จะขอผู้ร้ายข้ามแดนได้ เราสามารถที่จะยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ภายใน 7 วัน เมื่อคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปถึงประเทศปลายทางก็จะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการตามเงื่อนไข ซึ่งเราก็มีตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) คอยเป็นผู้ชี้เป้าว่าตัวผู้ต้องหาอยู่ที่ไหน ก่อนประสานตำรวจประเทศนั้นเป็นผู้จับกุม หากผู้ต้องหาไหวตัวทันย้ายประเทศที่พำนักเราก็จะมีการดำเนินการติดตามตัวทำคำร้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศนั้นต่อไปโดยคำร้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เราเคยส่งไปก็ยังมีผลบังคับใช้ทำให้ผู้ต้องหาไม่สามารถกลับมาพำนักยังประเทศเดิมได้  ส่วนกรณีที่ว่าถ้านายวรยุทธ มีการขอสัญชาติอังกฤษนั้น ก็ยอมรับว่าจะทำให้เงื่อนไขการส่งตัวยากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน

          ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า “คดีนี้ต้องยืนยันหนักแน่นว่าคดียังไม่ขาดอายุความ โดยความผิดขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย.2570 ดังนั้นกระบวนการทั้งหมดก็ยังดำเนินการได้และอยากจะฝากสื่อมวลชนถึงผู้ต้องหาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายวรยุทธ ผู้ต้องหาที่ฟังอยู่ว่า ความผิดโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยถือว่าไม่มีเจตนา พูดภาษาง่ายๆ เป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่การกระทำเจตนาไปฆ่าคน หากศาลฟังได้ว่า ผู้ต้องหารายใดก็ตามที่กระทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายไปดูแลญาติฝ่ายผู้สูญเสียเต็มที่ และเป็นที่พอใจ ศาลก็จะให้โอกาสเหมือนกับคดีตัวอย่างของนายศรราม เทพพิทักษ์ เมื่อเขาดูแลกระบวนการยุติธรรมก็ให้โอกาส ดังนั้นเรียกร้องให้นายวรยุทธเดินเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วดูแลญาติฝ่ายผู้สูญเสียเต็มที่ ก็น่าเชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดควรจะดำเนินการ”  

          เมื่อถามว่า หากครบกำหนดอายุความยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามา จะถือเป็นความล้มเหลวในกระบวนการยุติธรรมและเป็นบทเรียนที่จะต้องแก้ไขในส่วนใด

          นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ไม่ถือเป็นความล้มเหลว การทำงานในกระบวนการยุติธรรมของไทยทุกหน่วยงาน จะต้องร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันว่ากระบวนการบังคับใช้กฎหมายต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยหนึ่งตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เราต้องการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ  

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความผิดที่อัยการสั่งฟ้อง นายวรยุทธ ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่มีอัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท นั้นคดีมีอายุความ 15 ปี โดยจะหมดอายุความวันที่ 3 ก.ย.2570

          ส่วนข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร อายุความจะหมดวันที่ 3 ก.ย.2560 ขณะที่ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ที่มีโทษปรับ 1,000 บาทนั้นคดีขาดอายุความไปแล้ว