ข่าว

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

27 เม.ย. 2560

118 ชั้น อยู่สูงเหนือระดับพื้นดิน 632 เมตร จุดชมวิวเห็นนครเซี่ยงไฮ้ได้ 360 องศา


               เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ตึกสูงเป็นอันดับหนึ่งของจีน ที่มีชื่อว่า “เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์” (上海中心大厦) ทดลองเปิดให้เข้าชมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตึกดังกล่าวมี 118 ชั้น อยู่สูงเหนือระดับพื้นดิน 632 เมตร หากขึ้นไปที่จุดชมวิวด้านบนสูงสุด จะสามารถมองเห็นนครเซี่ยงไฮ้ได้ 360 องศา ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับบรรยากาศเมืองใหญ่ใต้ท้องฟ้าได้อย่างเต็มที่  ดูข่าวต้นฉบับ

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

               ทั้งนี้ ตึกดังกล่าวสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจาก “ตึกเบิร์จ คาลิฟา” (Burj Khalifa) ในนครดูไบ ที่มีความสูงเหนือระดับพื้นดิน 828 เมตร

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

               อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2013 ชาวเน็ตจีนเรียกตึก 3 แห่งที่อยู่ใกล้กันในบริเวณนั้นว่าเป็น “เครื่องครัวในบ้าน” เรามาดูกันเถอะว่าจะมีอะไรบ้าง

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

               1. ที่เปิดขวด: อาคารศูนย์การเงินโลกเซี่ยงไฮ้ (上海环球金融中心 ; Shanghai World Financial Center) สูง 492 เมตร มี 101 ชั้น ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อสิงหาคม 2008

               2. เข็มฉีดยา: จินเหมาทาวเวอร์ (金茂大厦 ; Jin Mao Tower) สูง 420.5 เมตร มี 88 ชั้น หากนับยอดด้านบนด้วยจะมีทั้งหมด 93 ชั้น ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 1999

               3. ที่ตีไข่: เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ (上海中心大厦 ; Shanghai Tower) ตึกที่นับว่าสูงที่สุดในจีน และสูงเป็นอันดับสองของโลกในปัจจุบัน

 

"ที่ตีไข่" เปิดให้เข้าชมแล้ว !! สูงอันดับ 2 โลก

 

 

 

----------------------

(ที่มา : China Xinhua News)