
สัตวแพทย์นำทีมจับจระเข้เขาใหญ่ชี้ต้องรอบคอบ
สัตว์แพทย์" นำทีมจับจระเข้เขาใหญ่ ชี้ต้องวางแผนรอบคอบ หวั่นสัญญาชาติสัตว์ป่า เตรียมทั้งปืนยิงยาสลบ และใช้แหจับตัว ชี้น้ำมากเป็นอุปสรรค
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 6 ก.ย. นายสัตว์แพทย์ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ด้านสัตว์ป่าประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ว่า ได้รับมอบหมายจากนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ลงพื้นที้เก็บข้อมูลจระเข้ ที่พบบนเขาใหญ่ใหได้มากที่สุด โดยเบื้องต้นจะเก็บข้อมูลด้านกายภาพ ร่องรอย เพื่อประมวลดูว่าจระเข้มีมากกว่า 2 ตัวหรือไม่ และอยู่ตรงจุดไหน รวมทั้งเส้นทางการหากินของจระเข้ที่มีข้อมูลว่าพบระหว่างน้ำตกผากล้วยไม้ และลำห้วยลำตะคอง ที่เป็นเส้นทางขึ้นน้ำตกเหวสุวัต
ทั้งนี้จะวางแผนว่าถ้าเห็นตัวจระเข้แล้ว จะทำอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งตัวเจ้าหน้าที่ชุดติดตาม และตัวจระเข้ เนื่องจากถึงแม้จะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจระเข้ที่ถูกนำมาปล่อยหรือไม่ แต่ยังมีสัญญาชาติญาณของสัตว์ป่าที่อาจจะดุร้ายและไม่ชอบการรบกวน ซึ่งระยะเวลาที่จะเก็บข้อมูลยังระบุไม่ได้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เพราะขณะนี้มีตัวแปรสำคัญคือระดับน้ำค่อนข้างมา และขุ่น นอกจากนี้ปริมาณฝนที่ตกก็ยังมีต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทำให้การเก็บข้อมูลอาจจล่าช้า
นายสัตวแพทย์ ภัทรพล กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนและทีมงานจะดำเนินงานให้เร็วที่สุด โดยจะใช้กระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ที่มาของจระเข้ทั้งสองตัว หรืออาจจะมีมากกว่าที่จะใช้ความรู้สึก หรือข้อสันนิษฐาน ซึ่งขณะนี้ข้อมูลที่ออกมาส่วนใหญ่มาจากความรู้สึก และข้อสันนิษฐาน ดั้งนั้นจึงต้องรอบคอบ ที่สำคัญนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านจระเข้ของไทยมีมาก ถ้าเก็บตัวอย่างไม่ว่าจะเป็น ขี้ของจระเข้ หรือสามารถเข้าถึงตัว และนำดีเอ็นเอมาพิสูจน์ได้ ก็จะรู้ว่าจระเข้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะสิ่งที่กรมอุทยานฯอยากรู้มากที่สุดคือจระเข้าทั้งหมดมีกี่ตัวกันแน่ อยู่ตรงจุดไหนบ้าง และที่มาที่ไปของจระเข้ทมาอย่างไรถึงมาอยู่ที่เขาใหญ่ได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับการวางแผนจับจระเข้ครั้งนี้ ขึ้นกับสถานการณ์ และวิธีการอาจจะใช้ปืนยิงยาสลบ หรือใช้การเหวี่ยงแหเพื่อคลุมตัวจระเข้ แต่ทั้งหมดต้องวางแผนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด



