
สนช. ชงแก้ปัญหาระบบอุปภัมถ์เป็นวาระแห่งชาติ
สนช. ชงแก้ปัญหาระบบอุปภัมถ์เป็นวาระแห่งชาติ จี้ตั้้งศูนย์ข้อมูลกลางเก็บข้อมูลขรก.ป้องการเลือกปฏิบัติใช้การอุปถัมภ์
27 เม.ย.60-การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติคนที่หนึ่ง เป็นประธานในการประชุม ได้รับทราบผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม ในเรื่องการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม โดย พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง สมาชิกสนช. ได้เสนอความเห็นเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.ทุกหน่วยงานควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังและควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ 2.เพื่อให้เกิดผลปฏิบัติได้จริงนั้นทางกพ.และกพร.จะต้องมีแนวทางและวิธีการดำเนินการกับส่วนราชการทุกประเภท 3.ผู้นำระดับสูงต้องเป็นแบบอย่างที่ดีนำหลักคุณธรรมและหลักการบริหารราชการที่ดีมาใช้ในการบริหารงาน ซึ่งเพื่อให้การสั่งการได้ผลควรออกเป็นมติครม.ให้ยึดถือปฏิบัติต่อไป 4. พ.ร.บ.บริหาราชการแผ่นดินที่ให้อำนาจทางการเมือง โยกย้ายข้าราชการดับสูง โดยเฉพาะระดับอธิบดี ปลัดกระทรวง หรือย้ายข้ามกระทรวงได้ โดยอ้างเหตุผลเพื่อประโยชน์ทางราชการเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นกลไกทางการเมือง ส่งผลเสียต่อขวัญและกำลังใจผู้ที่ถูกโยกย้าย เกิดความรู้สึกไม่ดี ทำให้ขาดแรงจูงใจในการทำผลงานต่อไป
พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า 5 องค์ประกอบของการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมามักจะมีการกล่าวอ้างเหตุผลที่เลื่อนลอยและไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม 6. ควรมีศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการบริหารงานบุคคลของส่วนราชการทั้งหมดทุกประเภทไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นฐานของบุคคลที่ปรากฏได้ชัดเจนเช่นความรู้ ประสบการณ์ ตำแหน่งงาน หรือผลงาน เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานเป็นองค์ประกอบในการแต่งตั้ง สามารถป้องกันผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดี เลือกปฏิบัติ เลือกพิจารณาเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ตัว ดังนั้นกพ.ควรเร่งเสนอรัฐบาลให้ความเห็นชอบในการใช้งบประมาณตั้งศูนย์ข้อมูลนี้ให้เกิดโดยเร็ว 7.ข้าราชการต้องมีจิตสำนึกในด้านจริยธรรมในใจเสมอว่าสิ่งใคควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ และ8. อยากให้กพ.และกพร.ไปพิจารณากรณีที่ปริมาณคนมากว่าตำแหน่งทำให้เกิดการช่วงชิงวิ่งเต้น และยังเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดีนำมาปฏิบัติสนับสนุนคนของตน ถึงเวลาเวลาแล้วที่กพร.สำรวจตัวเองถึงภารกิจหน้าที่ปริมาณงาน อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่ง่ายต่อการยอมรับในการปรับปรุงหน่วยงานใหม่.



