ข่าว

 ฝันกลางฤดูฝนของรัฐบาลอภิสิทธิ์

ฝันกลางฤดูฝนของรัฐบาลอภิสิทธิ์

07 ก.ย. 2552

ปลายเดือนสิงหาคม 2552 คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีรัฐบาลผสม ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ก้าวใหม่ขับเคลื่อนประเทศด้วย ครีเอทีฟ ไทยแลนด์” หรือ “โครงการเมืองไทย เมืองนักคิด” เพื่อเศรษฐกิจโดยอาศัยวิธีสร้างสรรค์ประเทศ

โดยจะใช้วงเงินถึง 20,130 ล้านบาท หวังพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน รายละเอียดของโครงการ เชื่อว่าผู้อ่านคงทราบจากหน้าเศรษฐกิจ “คม ชัด ลึก” นี้ไปแล้ว

 ที่ผมติดใจคือเรื่องที่ คุณอภิสิทธิ์พูดว่า “ขณะนี้มีหลายประเทศอาศัยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น เกาหลีใต้ ที่พลิกวิกฤติเศรษฐกิจ หันมาขายสินค้าและบริการในเชิงวัฒนธรรมอิงกับอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น ดนตรีและละคร อังกฤษ พัฒนาเรื่องนี้มานานแล้ว ส่วนออสเตรเลียตื่นตัวด้านนี้ ขณะที่องค์กรระหว่างประเทศเช่น องค์กรที่ทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา องค์การการค้าโลก และอังค์ถัด ล้วนสนับสนุนให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

 ผมไม่เถียงหรอกครับ เรื่องที่คุณอภิสิทธิ์ยกมาเป็นตัวอย่าง หลายประเทศเขาทำได้จริง อย่างละครทีวีเรื่อง “แดจังกึม” ของเกาหลีใต้นั่นก็ใช่ คุณอภิสิทธิ์จึงมีสิทธิที่จะคิดและฝัน แต่ที่ต้องทักท้วง เพราะห่วงชาวบ้านร้านตลาดจะพลอย “ฝันกลางฤดูฝน” ไปกับรัฐบาลน่ะสิครับ ที่สำคัญอยากให้คุณอภิสิทธิ์ก้มลงมองตัวเองแล้วพิจารณาว่า สภาพเศรษฐกิจและสังคมของไทยตอนนี้อยู่ในสภาพไหน ? เรามีพื้นฐานอย่างเดียวกับทุกประเทศที่คุณอภิสิทธิ์อ้างถึงหรือเปล่า จึงเพ้อฝันตามเขา ดันทุรังทำไปจะเข้าตำรา “เห็นช้างขี้แล้วอยากขี้ตามช้าง” เอานะครับ

 คุณอภิสิทธิ์ครับ บ้านเมืองที่คุณอ้างถึงนั่น ชาวบ้านเขาแบ่งสีเสื้อจ้องที่จะฟัดกันอย่างเราหรือเปล่า เกษตรกรของเขามีหนี้สิ้นล้นพ้นตัวจนต้องขายที่นาให้ต่างชาติจนเกือบหมดแผ่นดินหรือเปล่า ข้าราชการของเขามีหนี้สินครัวเรือนเพิ่มจาก 492,253 ในปี 2547 เป็น 749,771 บาทในปี 2551 จนต้องโกงบ้านกินเมืองมีคดีตกค้างอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ถึง 3,657 คดีหรือเปล่า แล้วภาคเอกชนของแต่ละประเทศล่ะ อยู่ในอาการร่อแร่เหมือนของไทยหรือเปล่า ที่สำคัญรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ตากหน้าไป “กู้หนี้ยืมสิน” ต่างชาติมาดำเนินกิจกรรมดังกล่าวหรือเปล่า ? ผมอยากให้คุณอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้นำทางการเมืองได้พึงสำเหนียกเอาไว้บ้าง

 การวางแผนเพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองนั้นเป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาล แต่เงินต้องพร้อม คนต้องพร้อม ไม่ใช่ เกษตรกรก็มีหนี้ ข้าราชการก็มีหนี้ เอกชนก็มีหนี้ ประเทศชาติก็มีหนี้ แล้วดันทะลึ่งจะทำโน่นทำนี่ ? การคิดโครงการใหญ่ๆ หะรูหะรานั้น หากคนของเราอยู่ในสภาพกินอิ่มนอนหลับ ร่าเริงแจ่มใส ไม่วิตกจริตกับปัญหารอบตัว ก็สมควรที่จะทำนะครับ

 ในสภาพอย่างนี้คุณอภิสิทธิ์ต้องใช้สมองให้มากกว่าปาก คิดให้ได้ว่าทำอย่างไรจึงจะเรียกขวัญ และกำลังใจของคนไทยให้คืนกลับมาดั่งเดิม... จากนั้นแล้วจะสร้างจรวดไปดวงจันทร์กับเขามั้งก็เชิญครับ...

ภาณุมาศ ทักษณา