ข่าว

ปชป.-พท.หนุนแก้รธน.เห็นต่างประเด็นแก้

ปชป.-พท.หนุนแก้รธน.เห็นต่างประเด็นแก้

06 ก.ย. 2552

ปชป.หนุนเปิดรัฐสภาถกแก้รธน. ชี้ต้องฟังเสียงปชช. เป็นหลัก เตรียมใช้แผนประชามติถ่วงเวลา รับสังคมยอมให้แก้ แค่ 2 มาตรา เพื่อไทยหนุนแก้ตามผลศึกษากก.สมานฉันท์

(6ก.ย.) น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม   ส.ส. พิษณุโลก ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ 50 ว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยในการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อให้คณะกรรมการสมาฉันท์ฯ- คณะกรรมการปรองดองฯที่จะรายงานต่อรัฐสภาเพื่อให้สมชิกได้แสดงความคิดเห็นและเร่งหาข้อสรุปในการแก้รัฐธรรมนูญ โดยปัญหาไม่ใช่มาตราใดมาตราหนึ่ง พรรครับได้ทุกรูปแบบ

 “หัวใจสำคัญไม่ให้ส.ส- ส.ว.เห็นด้วยเท่านั้น แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจากประชาชนด้วย เพราะมติส่วนใหญ่ในรัฐสภาไม่ใช่ทางออก แต่พรรคเล็งเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญกระแสสังคมเสียงส่วนใหญ่เป็นหลักว่าควรแก้มาตราใดบ้าง”

 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์.กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคเห็นแก้รัฐธรรมนูญใน 2 มาตรา คือมาตรา 190 ว่าการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา   และการเปลี่ยนเขตเลือกตั้งเขตใหญ่มาเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว ส่วนออกมารูปแบบไหนขึ้นอยู่กับการหารือในรัฐสภา เพราะวันนี้เห็นพร้องตรงกันต้องแก้ 2 มาตรานี้เพราะกระแสสังคมยอมรับไม่ต่อต้าน ซึ่งแตกต่าง อีกบางมาตราที่เหลือ เป็นประโยชน์โดยตรงจากนักการเมือง

 เมื่อถามว่าที่ระบุว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องได้รับความยินยอมจากประชาชน น.พ.วรงค์ กล่าวว่า   รัฐบาลต้องฟังเสียงของประชาชนจากกระแสสังคม โดยมีข้อเสนอมาให้ทำประชาพิจารณ์และประชามติ   แต่ไม่รู้แล้วว่าที่สุดจะสรุปได้อย่างไร ยืนยันว่าไม่เป็นการซื้อเวลา อย่างไรก็ตาม   แม้ว่าก่อนหน้านี้พรรคมีความไม่เห็นด้วยที่แก้รัฐธรรมนูญแต่เมื่อกระแสสังคมส่วนใหญ่เรียกร้อง พรรคก็พร้อมที่จะรับฟัง โดยนายกฯ ก็แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าเห็นด้วย ที่เห็นด้วยให้มีการประชุมรัฐสภาเพื่อให้ คณะกรรมการ 2 คณะดังกล่าวเสนอต่อรัฐสภา เพื่อนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่จำเป็นต้องรอเดือน ต.ค. ตามที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ นอกจากนี้ การแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวจะไม่นำร่างแก้ไขรัฐธรรรมนูญ คปพร. ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ของพรรคเพื่อไทย และ ร่าง.พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ของพรรคภูมิใจไทย จะไม่นำมาเกี่ยวข้องเพราะเชื่อว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งและนำไปสู่ความสมานฉันท์ได้หรือไม่

 ผู้สื่อข่าวถามว่าทางผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่ น.พ.วรงค์ กล่าวว่า ผู้ใหญ่ในพรรคพร้อมจะรับฟังความคิดเห็น ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคห้าม ส.ส.ลงชื่อร่วมแก้เสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญ เพราะส.ส.ของพรรคมีวินัยจะต้องฟังที่ประชุมพรรค

เพื่อไทยหนุนแก้รธน.ตามผลศึกษากก.สมานฉันท์

พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์แก้ รธน.ต่อเนื่อง มั่นใจเสียงหนุนแก้ รธน. เกิน 2 ใน 3 เรียกร้อง “ อภิสิทธิ์” อย่างขวางแก้ รธน. เร่งฟื้นฟู รธน. ที่เป็น ปชต. คืนความสงบสุขให้ประชาชนหลังรัฐประหาร  ด้านโฆษกพรรค ตั้งฉายารัฐบาลซื้อเวลา ตั้งแก้รธน. – ตั้ง ผบ.ตร. – สอบทุจริตโครงการพอเพียง – ดับไฟใต้ 3  จว.

 ( 6ก.ย.)นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวสนับสนุนที่ ส.ส. และ ส.ว. ผลักดันแก้รัฐธรรมนูญว่า พรรคเพื่อไทยวิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความขัดแย้งที่ร้าวลึกในสังคมไทยส่วนหนึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากปล่อยไปสังคมจะยากต่อการเยียวยาให้เกิดความสงบสุขได้อีก จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะยุติความขัดแย้งความไม่เข้าใจต่างๆ ซึ่งพรรคมั่นใจว่า รัฐธรรมนูญเป็นต้นเหตุหนึ่งของปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย จนเป็นต้นเหตุความแตกแยกสร้างความเสียหายให้ประเทศและทำให้เศรษฐกิจของชาติเสียหาย โดยรัฐธรรมนูญ ปี2550 ขาดความเชื่อมโยง ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน ซึ่งพรรคเพื่อไทยพิจารณาโดยรอบบคอบถี่ถ้วนแล้วเห็นว่าถึงเวลาที่จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยพรรคขอสนับสนุนการลงชื่อ ส.ส. และ ส.ว. ที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญ 6-7 ประเด็นตามที่คณะกรรมารสมานฉันท์ได้สรุปผลศึกษาไว้ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์ต้องแก้ทั้งฉบับโดยการลงชื่อของ ส.ส. และ ส.ว. ขณะนี้มีชื่ออยู่แล้ว 170  คน โดยพรรคก็มี ส.ส. สนับสนุน 188 คน เมื่อรวมกันจะได้ 355 คน ซึ่งเกินจากเสียง ส.ส. 2 ใน 3 จำนวน 324  คน ดังนั้นเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ ขณะที่หลังจากนี้พรรคจะดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อรณรงค์การแก้รัฐธรรมนูญ          

 “พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ให้ปฏิบัติตามผลศึกษาและข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ทุกประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อไทย คิดว่านายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่นำพาผลการศึกษาของคณะกรรมการสมานฉันท์ไปปฏิบัติ และพยายามประวิงเวลายืดเยื้อให้ช้าออกไป ” นายปลอดประสพ รองหัวหน้าพรรคกล่าวและว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงจุดยืนที่จะร่วมมือกับ ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมกันลงชื่อ และทุกภาคส่วนในสังคมที่จะผลักดันสร้างความปรองดองของคนในชาติ และการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศเป็นนิติรัฐ เคารพนิติธรรม และนำความสงบสุขของประชาชนที่หายในตั้งแต่ช่วงปฏิวัติรัฐประหาร 19 ก.ย.49 กลับคืนมา โดยยืนยันว่าการสนับสนุนแก้รับธรรมนูญพรรคไม่มีเจตนาอแบแฝงเพื่อประโยชน์อื่นอย่างแน่นอน

 ทั้งนี้นายปลอดประสพ ยังกล่าวด้วยว่า ในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่มีความจำเป็นต้องเรียกประชุมสภาแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการสมานฉันท์ ฯ ได้สรุปผลศึกษาการแก้รัฐธรรมนูยไว้แล้ว สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งการเรียกประชุมเป็นเพียงการซื้อเวลาให้ช้าออกไป ส่วนหลังแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะยุบสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้ถือเป็นอำนาจของนายก ฯ ถ้าหากยุบสภา พรรคก็พร้อมเลือกตั้ง ไม่ใช่เพราะกลัวไม่มีทางเลือก แต่พรรคเชื่อในเสียงประชาชนที่เป็นเสียงสวรรค์ว่าจะเลือกใคร เลือกอย่างไร ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นรัฐบาล จะกลัวอะไร

 ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค กล่าวว่า ในวันอังคารหน้า ประชุมพรรคจะหารือถึงกิจกรรมรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญต่อไป ทั้งนี้ตนเห็นว่าการที่นายอภิสิทธิ์ จะให้มีการอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 179  ในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ส.ส. และ ส.ว. คงเพราะกลัว และถูกกดดันหลังจากพรรคร่วมรัฐบาลได้ไปกินข้าวกันที่บ้ายนายสุวัจน์ ลิมปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เมื่อวานที่ผ่านมา และจากการซื้อเวลาแก้รัฐธรรมนูญ ตนจึงขอตั้งสมญานามว่ารัฐบาลซื้อเวลา ที่ซื้อเวลาการสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ซื้อเวลาแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2550 ให้ประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด ซื้อเวลาตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่  ซื้อเวลาการตรวจสอบทุจริตโครงการชุมนุมพอเพียง ซื้อเวลาแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เคยพูดในการหาเสียงว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหาภายใน 3 เดือน ดังนั้นจึงขอเรียกร้องว่ารัฐบาลอย่าซื้อเวลาอีกเลย