
นายกฯขอคนไทยขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย
"บิ๊กตู่" ขอปชช.อดทนช่วยขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย เตือนระวังภัยคุกคามใหม่ ตั้งเป้าปี 60 อาเซียนมีนักท่องเที่ยว 121 ล้านคน มีรายได้ 29.9ล้านล้านบาท
26 เม.ย. -- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก World travel and tourism council global summit 2017 ซึ่งถือว่าเป็นงานสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกที่สามารถเน้นย้ำศักยภาพของไทยในการจัดการประชุมระดับโลกและแสดงความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวของเอเชียและของโลก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุม WTTC ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกับรัฐบาล และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน กฎระเบียบ ข้อบังคับ และอนาคตการท่องเที่ยวโลก เพื่อหาแนวทางและวิธีการในการเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นภาคธุรกิจใหญ่ มีการจ้างงานกว่า 292 ล้านอัตรา สร้าง GDP รวมกว่าร้อยละ 10.2
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากกระแสโลกาภิวัฒน์และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สร้างแรงผลักให้ประชาคมโลกต้องพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับการเดินทางและการท่องเที่ยว ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันโมบายเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวต้องมีความเข้าใจและนำดิจิตอลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีมาตรการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการคัดกรองนักเดินทางและนักท่องเที่ยวเข้าประเทศอย่างเข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากปัญหาภัยคุกคามจากการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ จึงต้องทำให้เกิดระบบความสมดุลระหว่างความปลอดภัยและอิสรภาพในการท่องเที่ยวในระดับที่สามารถยอมรับได้
สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากปี 2558 ที่ร้อยละ 16.7 สร้างรายได้ 1.45 ล้านล้านบาท ในปี 2559 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ยังขยายตัวได้ถึงร้อยละ 11 สร้างรายได้กว่า 2.52 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าบริการที่สร้างรายได้สูงสุดเมื่อเทียบกับสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ สำหรับในปีนี้ ภาคการท่องเที่ยวมีการผลิตสินค้าและบริการมูลค่าถึง 4.6 ล้านล้านบาท มีการจ้างงานในประเทศเกือบ 14 ล้านตำแหน่ง โดยปัจจุบัน ไทยถือเป็นศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคและของโลก และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มภูมิภาคอาเซียน ทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบาย Thailand+1 โดยได้ดำเนินการกระตุ้นและดึงดูดการลงทุนใหม่จากนักลงทุนต่างประเทศที่สามารถใช้ไทยเป็นฐานสำคัญของภูมิภาคเข้าสู่ตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีผู้บริโภคกว่า 620 ล้านคน ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าไทยมีโครงข่ายคมนาคม ทั้งทางบก เรือ และอากาศที่ทันสมัย ประกอบกับมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ดี จึงทำให้การเดินทางเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยนโยบายดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งด้านการค้า การขนส่งและโลจิสติกส์ คมนาคม การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการท่องเที่ยว
ไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการลดอุปสรรคการเดินทาง เพื่อยกระดับให้ภูมิภาคนี้เป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน (Single Tourist Destination) ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยในปี 2560 นี้ ได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ชื่อ “Visit ASEAN@50” เพื่อฉลองการก่อตั้งอาเซียนครบรอบ 50 ปี รวมทั้งเพื่อแสดงความแตกต่างอันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างลงตัวของกลุ่มประเทศอาเซียนในสายตาของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยคาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้กว่า 121 ล้านคน และทำรายได้ให้กับประเทศสมาชิกถึง 29 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้อาเซียนยังมุ่งเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาเครือข่ายเส้นทางพัฒนาโครงการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายคุนหมิง - สิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 การพัฒนาทางหลวงอาเซียน โดยเน้นการเชื่อมต่อของไทยกับเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ซึ่งจะส่งผลให้ไทยสามารถยกฐานะขึ้นเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวของภูมิภาคอย่างเต็มตัว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกภาคส่วนที่ร่วมประชุมในครั้งนี้ จะร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าโลกไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและกระจายความมั่งคั่งในสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรของโลก



