ข่าว

ให้เด็กๆ นำแนวคิดในหลวง ร.9 เป็นแรงบันดาลใจสร้างสิ่งประดิษฐ์

ให้เด็กๆ นำแนวคิดในหลวง ร.9 เป็นแรงบันดาลใจสร้างสิ่งประดิษฐ์

26 เม.ย. 2560

พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ เข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างร้อนจัดตลอดทั้งวัน

      ให้เด็กๆ นำแนวคิดในหลวง ร.9 เป็นแรงบันดาลใจสร้างสิ่งประดิษฐ์

         วันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 175 โดยเจ้าหน้าที่เปิดประตูพระบรมมหาราชวังเวลา 05.00 น.ให้พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ แพร่ ตาก ชัยนาท สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง หนองคาย มุกดาหาร ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ระยอง ชุมพร สตูล พัทลุง เป็นต้น ได้เข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างร้อนจัดตลอดทั้งวัน 
      นายวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ กรรมการบริหารบริษัท ซูเปอร์จิ๋ว จำกัด กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพว่า เป็นความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตที่มีโอกาสมากราบสักการะพระบรมศพ ขณะที่ได้ฟังพระสวดก็ทำให้ระลึกถึงเวลาที่ผ่านมาที่ได้เห็นพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้เกิดในรัชสมัยของพระองค์ คิดว่าคนไทยทุกคนก็รู้สึกเหมือนกัน เพียงแต่ในฐาะที่เราเป็นสื่อ ก็แสดงออกมาในรูปแบบของการสื่อสารมวลชน ซึ่งตลอด 26 ปีที่ผ่านมา พยายามทำรายการโดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระองค์มาใช้ ล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว มีการประกวดจินตนาการเด็ก โดยกำหนดโจทย์ให้น้องๆ คิดจินตนาการเพื่อโลกในอนาคตที่สอดคล้องกับแนวคิดในโครงการพระราชดำริ เด็กๆ ก็นำแนวความคิดของพระองค์มาใช้เป็นเครื่องประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ทั้งการบำบัดน้ำเสีย การแก้ปัญหาตัดไม้ทำลายป่า การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง สิ่งที่ได้คือเด็กที่เข้าร่วมโครงการจะได้ศึกษาโครงการพระราชดำริก่อนจะนำมาปรับใช้ และนำเสนอเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สอดคล้องกับแนวคิดของพระองค์  ส่วนเด็กทางบ้านก็ได้รับความรู้จากการรับชม นอกจากนี้เรายังได้สอดแทรกคอลัมน์เทิดพระเกียรติพระองค์ไว้ในแม็กกาซีนซูเปอร์จิ๋ว บางโอกาสก็จะมีเล่มพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ด้วย


     ให้เด็กๆ นำแนวคิดในหลวง ร.9 เป็นแรงบันดาลใจสร้างสิ่งประดิษฐ์

       “สิ่งที่พระองค์ทรงทำให้เราเห็นจะสามารถอยู่คู่กับสังคมไทยไปตลอด ถ้าพวกเราทุกคนยึดถือเป็นแบบอย่างจะมีส่วนในการช่วยพัฒนาประเทศเราให้เจริญมากยิ่งขึ้นในทุกมิติ เพราะทุกโครงการของพระองค์มีประโยชน์ทั้งหมด ไม่ว่าเราจะหยิบจับอะไรก็สอดล้องกับสิ่งที่พระองค์ทรงวางรากฐานไว้ และครั้งหนึ่งในชีวิตเราควรได้มากราบสักการะพระบรมศพบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเราทุกคน ก่อนหน้านี้ผมมาที่พระบรมมหาราชวังหลายครั้ง แต่จะกราบอยู่ข้างนอกกำแพง แต่หากใครไม่มีโอกาสก็ระลึกถึงพระองค์ และทำสิ่งที่คิดว่าดีและมีประโยชน์ต่อคนในสังคม เพื่อถวายพระอค์ เหมือนที่พระองค์เสียสละเพื่อพวกเรามาตลอด 70 ปี” นายวิวัฒน์กล่าวด้วยความตื้นตัน
       น.ส.ฑีฆพัชร์ แทนมาก อายุ 35 ปี ครูโรงเรียนเทศบาลวัดนิโครธาราม อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง กล่าวว่าออกเดินทางโดยรถไฟพร้อมลูกชาย ลูกสาว คุณแม่ และญาติๆ รวม 6 คน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 เมษายนมาถึงกรุงเทพฯ เช้าวันอังคาร พักค้าง 1 คืน ก่อนจะเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังเพื่อเข้าแถวรอเวลา 08.00 น.และได้เข้ากราบพระบรมศพเวลา 08.30 น. เป็นครั้งแรกที่ได้มา รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก ยิ่งได้เห็นบรรยากาศคนไทยต่างแต่งกายด้วยชุดดำมากันอย่างพร้อมเพรียงยิ่งตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
     

ให้เด็กๆ นำแนวคิดในหลวง ร.9 เป็นแรงบันดาลใจสร้างสิ่งประดิษฐ์

      "อยากพาลูกๆ และญาติมาไหว้ในหลวงสักครั้งเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พวกเรารักท่านสุดหัวใจ ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ทรงปลูกฝังให้รู้รักสามัคคี เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจยามเมื่อบ้านเมืองมีความขัดแย้ง แตกความสามัคคี ท่านจะเป็นคนกลางคอยประสาน ดูแล และช่วยแก้ไขให้สถานการณ์ดีขึ้น ในฐานะที่ตัวเองเป็นครูท่านได้พระราชทานพระบรมราโชวาทว่า เป็นครูใช่ไหม ฝากเด็กๆ ด้วย สอนให้เขาเป็นคนดี ที่โรงเรียนจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ทุกห้องเรียน ทุกเช้าจะเปิดเพลงเกี่ยวกับในหลวง ร.9 ให้นักเรียนได้ซึมซับ พร้อมกับนำแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่มาให้นักเรียนได้ปฏิบัติ โดยปลูกผัก และเลี้ยงเป็ดไก่ไว้ทำอาหารกลางวัน เหลือจากนี้ก็นำไปขายให้คนในชุมชน นำเงินมาออมไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น" ครูสาว กล่าว