ข่าว

ค้ากามแม่ฮ่องสอนขอDSIคุ้มครองพยาน !!

ค้ากามแม่ฮ่องสอนขอDSIคุ้มครองพยาน !!

26 เม.ย. 2560

คดีตำรวจบังคับค้ากามแม่ฮ่องสอนร้องดีเอสไอ ขอคุ้มครองพยาน ทนายเผยการสอบสวนคืบหน้าไปมากแต่ยังมีความพยายามข่มขู่

       26 มี.ค. -- นายเกิดผล  แก้วเกิด  ทนายความพร้อมด้วยมารดาของผู้เสียหายที่ถูกตำรวจสภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน  บังคับค้าประเวณี เข้าพบกับพ.ต.ท.กรวัชร์  ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.คมวิชช์  พัฒนรัฐ  ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ และพ.ต.ต.วรณัน  ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ  เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินคดีและขอรับการคุ้มครองพยาน  ภายหลังมีการอ้างเป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่โทรศัพท์มาขอพบ  

        นายเกิดผล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้าเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการ  แต่ล่าสุดพบว่าการทำงานของตำรวจมีความคืบหน้าสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้หลายราย  อยู่ในระดับที่พอใจจึงต้องขอหารือกับครอบครัวผู้เสียหายอีกครั้งว่ายังต้องการให้ขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่  เนื่องจากยังมีความกังวลกรณีที่ให้ตำรวจสอบสวนคดีที่มีตำรวจด้วยกันเป็นผู้ต้องหา  

       นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีพยานที่เป็นเยาวชนจึงเกรงว่าพยานเหล่านี้อาจไม่กล้าเผยตัวให้ข้อมูลด้วย ขณะนี้พบว่ามีความพยายามจะติดต่อขอให้มารดาของผู้เสียหายไปพบกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ โดยอ้างว่าผู้ใหญ่เป็นห่วงเรื่องดังกล่าวมาก เบื้องต้นทราบว่าหน่วยงานที่จะให้เข้าพบเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง  ซึ่งไม่ทราบว่าจะให้เข้าพบด้วยวัตถุประสงค์ใด โดยทางมารดาผู้เสียหายได้แจ้งกลับไปว่าให้ติดต่อผ่านทนายความ แต่ก็ยังไม่พบว่ามีการประสานเข้ามาที่ตน ทั้งนี้มีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นที่อาจมีการข่มขู่จึงต้องการให้ดีเอสไอพิจารณาให้ความคุ้มครองพยานอีกทางหนึ่งด้วย

       พ.ต.ท.กรวัชร์  กล่าวว่า  ดีเอสไอติดตามคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและทราบว่าตำรวจก็สอบสวนคดีคืบหน้าไปมาก  ขณะนี้ถือว่าคดีอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ  เบื้องต้นดีเอสไอจะช่วยสืบสวนข้อเท็จจริงคู่ขนานกับการทำงานของตำรวจ และสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเน้นการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในขบวนการทุกคน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐคนใดก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่  ส่วนจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ต้องพิจารณาตามมาตรา 21 ของพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ว่ามีความสลับซับซ้อน และมีผู้อิทธิพลเกี่ยวข้องหรือไม่หากพบว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องก็ถือว่าเข้าเงื่อนไขเป็นคดีพิเศษ ยืนยันว่าการดำเนินคดีจะไม่ซ้ำซ้อนกันเพราะหากเป็นคดีพิเศษตำรวจก็ต้องโอนคดีมาให้ดีเอสไอดำเนินการ แต่ขณะนี้ยังถือเป็นหน้าที่ตำรวจ   

        พ.ต.ท.กรวัชร์  กล่าวต่อว่า  สำหรับการขอคุ้มครองพยานจะมอบหมายให้พ.ต.ท.คมวิชช์พิจารณา  ซึ่งอาจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีผู้อ้างตัวติดต่อมาที่มารดาผู้เสียหายเพื่อให้เข้าพบว่าเป็นบุคคลใด หรือหน่วยงานใดที่ติดต่อผ่านมาทางผู้เสียหาย จะได้สอบถามว่าติดต่อมาด้วยเรื่องใด โดยในวันนี้( 26 เม.ย.) จะขอสอบปากคำมารดาผู้เสียหายอย่างละเอียดก่อน