
ความเปลี่ยนแปลง ณ เกาะกูด
ความเจริญของการท่องเที่ยวที่เข้ามายังเกาะกูด จ.ตราด แม้จะส่งผลดีทางด้านเศรษฐกิจ แต่อีกด้าน "วิถีชีวิต" ของคนเลกำลังถูกกลืน
"มันเปลี่ยนชัดเจนตามวันเวลาที่เปลี่ยนไป จากอาชีพประมง หาของป่า จนมารับต่อเรือแจวใช้หาปลา และคนบนเกาะเริ่มทำธุรกิจท่องเที่ยว และให้บริการ"
นี่เป็นเสียงสะท้อนเล็กๆ จากเรื่องราวในอดีตสู่ปัจจุบัน ของนายสินทบ แก้วมากรณ์ วัย 73 ปี หรือ "ช่างหอย" ผู้ที่เติบโตมาในยุคแรกๆ ที่มีคนเข้ามาอาศัยบนเกาะกูด จ.ตราด เดิมยึดอาชีพทำประมงและหาของป่า แต่ในปัจจุบันเขาเลิกออกทะเล แล้วยกภารกิจให้กับลูกหลาน พร้อมกับหันหน้าสู่การรับจ้างต่อเรือแจว ซึ่งเป็นเรือที่คนในชุมชนอ่าวใหญ่ ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด นิยมใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง และจับสัตว์ทะเลรอบๆ เกาะ
นายสินทบ หรือ "ช่างหอย" เล่าว่า ทุกวันนี้รับจ้างต่อเรือแจว บางทีก็ต่อเรือไว้ใช้เอง เพราะไม่ได้ออกทะเลแล้วเลยมีเวลาว่าง จะมีคนมาจ้างต่อเรือเป็นประจำ แล้วแต่ลูกค้าจะเอาเรือขนาดไหน ส่วนมากก็จะสั่งต่อลำเรือยาวประมาณ 5 เมตร กว้าง 1.50 เมตร กระดูกเรือ 13 ชิ้น ใช้เวลาต่อประมาณ 2 อาทิตย์ เวลาต่อจะใช้ไม้ยางแดง ไม้ตะบาก เป็นไม้เนื้อดี เพราะทนทานกับน้ำและคลื่นได้ดี ราคาลำหนึ่งอยู่ที่ 35,000-40,000 บาท
กระนั้นก็ตาม แม้จะไม่ได้ออกทะเลแล้ว แต่ช่างหอย บอกว่ายังก็มีความต้องการที่จะทำอะไร ที่มันยังมีกลิ่นไอของการทำประมงอยู่ การต่อเรือแจวก็เป็นสิ่งหนึ่งเขาทำทดแทน ส่วนมากคนในชุมชนชอบใช้เรือแจว พายไปมาหาสู่กันในระยะทางใกล้ๆ ลมทะเลตกหน่อยคลื่นก็น้อย พายกันสบายๆ บางบ้านก็ติดเครื่องใส่หาง แล่นกันสนุกเลย บ้างก็ที่ใช้เป็นพาหนะหาปลาตัวเล็กตัวน้อยได้ บางทีพวกก็เอาไปเหวี่ยงแห ตกปลารอบเกาะ แต่มันสู้เรือประมงติดเครื่องลำใหญ่ไม่ได้ แบบนั้นออกเลครั้งหนึ่งได้ปลา หอยมาน้ำหนักเป็นตันๆ
"ทุกวันนี้เกาะกูดเริ่มเปลี่ยนไป คนเยอะมาจากไหนกันก็ไม่รู้ มองไปตกใจเห็นฝรั่งมาเดินถ่ายรูป คุยกับเค้าก็ไม่รู้เรื่องได้แต่ยิ้ม ที่พักรีสอร์ตสวยๆ ปลูกขึ้นหลายที่ แต่ก่อนเกาะมีแต่ป่าต้นไม้เขียวไปหมด จะไปไหนมาไหนเดินเล่นได้ทั่วเกาะ ตอนนี้จะไปเดินมั่วๆไม่ได้นะ เพราะมันเป็นพื้นที่ของรีสอร์ต เค้าทำรั้วปักเขตไว้เต็ม จากแต่ก่อนเดินในป่าเต็มที่ก็ได้ยินเสียงนกเสียงไก่ แต่ตอนนี้ได้ยินเสียงหมาเฝ้ารีสอร์ต มันเห่าเวลาเดินไปใกล้ บวกกับเสียงรถยนต์เพราะถนนมันดี ตอนหนุ่มๆเดินจากหน้าเกาะไปท้ายเกาะ ใช้เวลาเกือบ 2 วัน วันนี้นั่งรถไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว"ช่างหอย บอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้
เขาบอกว่าธุรกิจเข้ามา ทำให้คนมีงานทำ เด็กรุ่นใหม่เลิกหาปลากัน ไปเป็นลูกจ้างทำงานในรีสอร์ตไม่ต้องมาตากแดดตากลม บ้างก็เอาต้นไม้ผลไม้ที่ปลูกมาขายหน้าบ้าน บางทีก็ทำแผงขายริมถนนรถยนต์ นักท่องเที่ยวสัญจรไปมาก็แวะซื้อได้ตามชอบใจ ที่นี่ปลูกผลไม้หลายอย่าง เช่น มะม่วง สัปปะรด ทุเรียน ชมพู่ น้ำมันดีเพราะฝนมันตกตลอด ก็ยังดีที่เห็นคนที่นี่ยังหารายได้จากธรรมชาติ ปลูกเอง กินเอง ขายเองอีกด้วย คนมาเที่ยวเกาะเยอะ รายได้มันก็เยอะ
ช่างหอย บอกว่า ถึงรายได้เยอะ แต่ปัญหาก็เยอะตามกัน ความเจริญทำให้คนอยู่สบาย แต่ถ้ามองไปในอนาคตมันจะยังสบายอยู่หรือไม่ ก็คงต้องหวังพึ่งหน่วยราชการเข้ามาควบคุมดูแล เพื่อรักษาธรรมชาติและวิถีชีวิตของท้องถิ่นเอาไว้บ้าง
เรื่องและภาพ โดย วัชรชัย คล้ายพงษ์ NationPhoto



