ข่าว

"กมธ.พ.ร.ป.กกต."วุ่นแค่นัดแรก แย่งเก้าอี้ปธ.กมธ.กันวุ่น

"กมธ.พ.ร.ป.กกต."วุ่นแค่นัดแรก แย่งเก้าอี้ปธ.กมธ.กันวุ่น

25 เม.ย. 2560

"กมธ.พรป.กกต."งานยังไม่ทันเริ่มก็วุ่นแล้ว แค่ประชุมนัดแรกแย่งเก้าอี้ประธานกันวุ่น #nna

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.)พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเลือกตำแหน่งในคณะกรรมาธิการฯ ปรากฏว่าที่ประชุมเลือกนายตวง  อันทะไชย สนช. เป็นประธาน ซึ่งมีข้อสงสัยและสร้างความงุนงงให้กับกรรมาธิการส่วนหนึ่ง เนื่องจาก นพ.เจตน์  ศิรธรานนท์  สนช. ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธาน สนช. ให้เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาร่าง พ.ร.ป. พรรคการเมืองล่วงหน้า  แต่กลับไม่ได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้  ผิดกับคณะกรรมการศึกษา พ.ร.ป. พรรคการเมือง ที่ตั้งล่วงหน้าเช่นเดียวกัน  ตัวประธานคือ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ก็ได้รับเลือกให้ทำงานต่อเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.รป. พรรคการเมืองต่อเนื่อง

          แหล่งข่าวเปิดเผยว่า  ผลการเลือกประธาน กมธ. พ.ร.ป.กกต. สร้างความประหลาดใจแก่สมาชิกจำนวนหนึ่ง  จนรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น  สืบเนื่องจาก นพ.ธำรง  ทัศนาญชลี  สนช. ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในฐานะเป็นผู้ที่อาวุโสมากที่สุด  โดยสมาชิกได้เสนอชื่อนพ.เจตน์เป็นเป็นประธาน แต่พล.อ.นิพัทธ์  ทองเล็ก สนช. อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมได้เสนอชื่อนายตวง  อันทะไชย  สนช.ขึ้นมาแข่งขัน  โดยที่กรรมาธิการอื่น ๆ ไม่ได้ระแคะระคายมาก่อนซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดและผิดธรรมเนียม

          " โดยปกติ นพ.เจตน์ ไม่ได้มีความบกพร่องในการทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการศึกษาร่าง พรป. กกต.  มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาเปลี่ยนตัว  และหากคิดจะเปลี่ยนตัว  ก็น่าจะมีการพูดคุยกันนอกรอบในหมู่กรรมาธิการด้วยกัน  เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกเสียน้ำใจ เพราะแต่งตั้งนพ.เจตน์มาทำงานตามคำสั่งของนายพรเพชร  วิชิตชลชัย ประธาน สนช. มาทำงาน  แต่กลับเปลี่ยนตัวโดยเจ้าตัวไม่ได้รับทราบ”  แหล่งข่าวระบุ

          ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  เมื่อมีการโหวตชื่อ 2 คน ทำให้ต้องมีการลงมติโหวต   ผลปรากฏว่า  คะแนนเสียง ออกมา 8 ต่อ 8  เสียง ทำให้นพ.ธำรงค์ อาศัยสิทธิของการเป็นประธานชั่วคราวชี้ขาด โดยนพ.ธำรงค์ โหวดเลือกนายตวงอีก 1 เสียง ทำให้ตวงได้รับการเลือกเป็นประธานกมธ.ฯ ซึ่งให้กรรมาธิการฯมองว่า เป็นวิธีการที่เสียมารยาท อย่างไรก็ตามเมื่อนพ.ธำรงค์สอบถามถึงคนที่จะเสนอให้เป็นรองประธาน กมธ. ที่ประชุมก็เงียบไม่มีใครเสนอชื่อถึงเกือบ  5 นาทีเนื่องจากแปลกใจกับผลการโหวตประธาน ซึ่งก็ทำให้นพ.ธำรงค์ถึงกับออกอาการอึกอีก ต้องแก้ปัญหาด้วยการทาบทาม นพ.เจตน์มาเป็นรองประธาน แต่นพ.เจตน์ ได้ตอบปฏิเสธ เพราะเมื่อแพ้โหวตจากประธานก็จะไม่มีการรับตำแหน่งรองประธาน แต่ก็ขอรับเป็นแค่ประธานที่ปรึกษา จากนั้นนพ.ธำรงค์ได้ขอให้เสนอรายชื่อรองประธานอีกครั้ง ซึ่งรองประธานที่เดิมกำหนดไว้ก่อน คือนายทวีศักดิ์  สูทกะวาทิน  และรองประธานอีกสองคน  เป็นนายทหาร 1 คนคือ พล.โท จเรศักดิ์  อานุภาพ  กับ สปท. อีก 1 คนคือนายเสรี  สุวรรณภานนท์ ซึ่งก็เป็นตามรายชื่อดังกล่าว

          แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า  นับเป็นการประชุมที่เละที่สุด  มีลูกเล่นกลเกมที่ส่อเค้าว่าเหมือนจะเตรียมไปต่อรองเรื่องอะไรกับใครต่อไปอย่างไม่น่าจะโปร่งใส  เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าผลของการต่อรองจะนำไปสู่ทิศทางใด  จะเกี่ยวข้องกับการให้คงอยู่ของ กกต. ชุดเดิมทั้งคณะหรือไม่อย่างไร  ซ้ำยังปรากฏว่ามีการปล่อยข่าวแบบบอกต่อกันว่าเป็นคำสั่งของบุคคลระดับบิ๊กผู้หนึ่งที่ทำคนรู้จักดีขอให้สนับสนุนนายตวงเป็นประธานกรรมาธิการฯ ชุดนี้

          ด้านนายตวง  อันทะไชย  ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พรป.กกต. กล่าวชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า  ตนทราบดีว่าปัญหาเกิดจากความไม่พอใจของกรรมาธิการคนเดียว  ที่แพ้แล้วไม่ยอมจบ  เพราะเขาเสนอให้คนของตัวเองเป็น  แต่เสียงข้างมากเลือกตนไม่เลือกคนที่เขาเสนอ   ที่บอกว่าเป็นคนสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย  แต่พอแพ้ก็เอาไปบอกสื่ออย่างนั้นอย่างนี้ แล้วจะบอกว่าจะไปแก้ปัญหาปรองดองได้ยังไง  ขนาดเพื่อนกันยังไม่เข้าใจ

          นายตวงกล่าวอีกว่า  ร่าง พรป. ฉบับนี้ไม่ได้มีประเด็นอะไรเลย  เพราะร่างที่ กรธ. เสนอมาก็ดีอยู่แล้ว  มีถกเถียงกันก็ระหว่างผู้ตรวจการเลือกตั้งกับ กกต. จังหวัด  แล้วถามว่ามันจะมีผลประโยชน์อะไรที่ทำให้ต้องการแย่งชิงตำแหน่งประธาน กมธ.   ส่วนเรื่องของเซ็ทซีโร่ กกต. ชุดเดิมหรือไม่  มันเป็นเรื่องที่พูดกันก่อนร่างรัฐธรรมนูญ  แต่ถ้าอ่านดี ๆ ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วว่าถ้าคนเดิมที่มีคุณสมบัติพร้อมก็ต้องทำงานต่อไป  อยู่ ๆ จะไปเซ็ทซีโร่เลยมันไม่ได้  มันขัดเจตนารมณ์ 

          “ ผมถามหน่อยเขาเลือกผมแล้วจะให้ทำยังไง  ต้องลาออกเพื่อให้คนที่คุณเสนอเป็นใช่มั้ย  ต้องบอกว่าคนที่เอาเรื่องนี้ไปพูดไปในทางเสียหายนิสัยไม่ดี  นักประชาธิปไตยต้องรู้จักฟังคนอื่นบ้าง  ตัวผมเองมีคนเสนอชื่อเยอะแยะอย่าไปอ้าง พล.อ.นิพัทธ์คนเดียว  ถ้าอยากเป็นประธานทำไมไม่รู้จักไปหาเสียงไปล๊อบบี้ให้ได้เป็นสิ  ส่วนผมเองนั้นขอบอกเลยว่าไม่ได้กระสันอยากจะเป็นตำแหน่งนี้  แต่เมื่อผ่านการเลือกแล้วมันก็ต้องจบต้องเดินหน้าทำงานกันไปไม่มีอะไรที่ซับซ้อน”  นายตวงกล่าวย้ำ