
"ปธ.กสม."ไม่หวั่นคุณสมบัติกก.องค์กรอิสระ
"ปธ.กสม."ไม่หวั่นคุณสมบัติกสม. ระบุมีกก.บางคนอาจมีปัญหาตามรธน. โยนคกก.สรรหาชี้ขาดเตรียมส่งข้อเสนอนโยบายทวงคืนผืนป่าให้ครม.ภายในสัปดาห์นี้
25 เม.ย.60 - นายวัส ติงสมิตร ประธานกสม. ให้สัมภาษณ์กรณีกฎหมายลูกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)ที่เสนอต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ว่า ทาง กสม. ได้เสนอไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ตอนนี้ขึ้นอยู่กับทาง กรธ. เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถตอบอะไรได้ จนกว่าจะเห็นตัวร่างสุดท้ายของ กรธ. สิ่งที่เราจะต้องแก้ไขคือบทบาทหน้าที่และอำนาจของ กสม. ตอนนี้ ที่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเมื่อประกาศใช้แล้วไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ส่วนที่สามารถแก้ไขได้คือกฎหมายลูก ที่ กรธ.ยกร่างใกล้จะแล้วเสร็จ แล้วเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังจากนั้นก็จะพิจารณา ถ้ายังเห็นพ้องไม่ตรงกันจึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ซึ่งเนื้อหาบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดี เช่น กรรมการในองค์กรอิสระ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถเป็นต่อไปได้ในวาระหน้า เมื่อเป็นครบหนึ่งวาระก็ไม่สามารถเป็นกรรมการองค์กรอื่นๆในองค์กรอิสระได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะให้กรรมการสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ได้ นอกจากนี้ในเรื่องของอำนาจหน้าที่ที่เขียนในรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ทำได้คือกฎหมายลูกของ กสม. ทำอย่างไรที่จะให้มีข้อความลดความรุนแรงรัฐธรรมนูญนี้ลงเพื่อให้การทำงานของ กสม. สามารถจะขับเคลื่อนไปได้
นายวัส กล่าวว่า ในส่วนของการรีเซ็ต คณะกรรมการ กสม. ซึ่งที่ประชุมในวันนี้ยังไม่มีใครพูดถึงในกรณีการรีเซ็ตหรือการลาออกจากตำแหน่ง มีเพียงกรรมการเพียงคนเดียวที่แสดงความคิดเห็นในเรื่อง ซึ่งก็ต้องไปถามเจ้าตัวเอง โดยกรรมการที่เหลือก็จะทำหน้าที่ต่อไป หากผู้ที่มีหน้าที่ในการออกกฎหมายเห็นว่า ควรจะเซ็ตซีโร่ ภายใต้เหตุผลที่สมควรที่สุด ตนก็จะไปทำงานอื่น ยืนยันว่า ตนไม่ได้ยอมแพ้ แต่หากเห็นว่า ตนไม่เหมาะสมก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เพราะไม่ใช้องค์กรที่ออกกฎหมาย เพราะขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้ออกกฎหมาย แต่ดุลยพินิจต้องใช้อย่างมีเหตุผล ถ้าใช้ตามอำเภอใจแล้วผลดีก็เกิดขึ้นไม่ได้
"กรรมการฯบางคนอาจจะเป็นปัญหาตามตามรัฐธรรมนูญ เช่น เคยทำงานที่ไหนมาก่อนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระจะต้องพิจารณาว่ามีคุณสมบัติต้องห้ามหรือไม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นถอดถอน แต่ขณะนี้ยังไม่มี จะมีได้ก็ต่อเมื่อกฎหมายลูกออกมา และมีกระบวนการได้มาซึ่งคณะกรรมการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาสรรหา ถ้าจะมีปัญหาก็แล้วแต่ว่าจะมองในแง่ข้อกฎหมายอย่างไร ซึ่งไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกสม. สนช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่ส่งผลต่อการทำงานของกสม. เพราะว่ากรรมการทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ แต่ถ้ากรรมการเหลือน้อยก็อาจจะเป็นปัญหา ในเรื่องของความเห็นต่างของการทำงานระหว่างกรรมสิทธิ์นั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่มีองค์กรไหนที่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์" ประธานกสม. กล่าว
ประธานกสม. กล่าวต่อว่า ที่ออกคำแถลงเป็นหนึ่งในคำกล่าวจากเฟสบุ๊ค ของผู้ที่ทำงานทางภาคองค์การสาธารณะ ที่บอกว่า โดยเนื้องานของกสม.เป็นประโยชน์ของสังคม แต่ถ้าทำถึงประโยชน์ของต่างชาติมากกว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นพอมีข้อความนี้ออกมา ผมก็เห็นด้วย อย่างน้อยคนอื่นก็เชื่อมั่นผมได้ว่าไม่ขายชาติอย่างแน่นอน เพราะว่าผมได้ทำงานกับทางภาครัฐมาโดยตลอด รวมทั้งไม่ใช่กรรมการกสม.ที่รู้จัก แต่เรื่องนี้หมายถึงใครก็ต้องไปถามกันเอาเอง
"ในวันนี้ที่ประชุมกสม.ได้มีการพิจารณาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแก้ไขปัญหาการดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล โดยกสม.ชุดที่ผ่านมาได้เสนอไปที่รัฐบาลแล้ว แต่พอมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะปรับแก้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งปัญหานโยบายทวงคืนผืนป่า กสม.เห็นว่าควรมีการปรับแก้ไขที่โครงสร้าง คำร้องของประชาชนที่ร้องมายังกสม.เป็นส่วนหนึ่งในปัญหาของโครงสร้าง ทั้งนี้คาดว่าข้อเสนอจะพิจารณาแล้วเสร็จและสามารถส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายในวันที่ 28 เม.ย.นี้" ประธานกสม. ระบุ.



