
แจงอีก !!! ไม่หมกเม็ดซื้อ"เรือดำน้ำ"
"ไก่อู"แจงไม่หมกเม็ดซื้อ"เรือดำน้ำ"จีนลั่นทำแบบจีทูจี โปร่งใส ตรวจสอบได้ เผยไม่ใช่เพิ่งคิด เป็นยุทธศาสตร์ ทร. รับมือภัยคุกคาม อนาคตอาจแย่งชิงทรัพยากรทางทะเล
25 เม.ย. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ไม่มีการแถลงข่าวมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำว่า การประชุม ครม.มีวาระเพื่อพิจารณาและเรื่องเพื่อทราบหลายเรื่อง 40-70 เรื่อง จึงไม่สามารถแถลงข่าวทุกเรื่องได้ จึงหยิบยกเฉพาะวาระที่น่าสนใจมาแถลง และที่ครม.มีมติอนุมัติซื้อเรือดำน้ำ เมื่อ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็ไม่มีผู้สื่อข่าวถามเรื่องเรือดำน้ำด้วย ประกอบกับเหตุผลสำคัญคือกองทัพเรือและกระทรวงกลาโหม เจ้าของเรื่อง กำหนดให้วาระดังกล่าวอยู่ในชั้นความลับหรือมุมแดงจึงไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวมาแถลง
อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ใช้งบประมาณกองทัพเรือ ผูกพันงบประมาณ 3-4 ปี ใช้เวลาหลายปีในการต่อเรือ ส่วนรายละเอียนอื่น ๆ ต้องถามกองทัพเรือ แต่ไม่ได้มีอะไรปิดบัง ซ้อนเร้นงุบงิบแต่อย่างใด เพราะเรื่องลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่เรือดำน้ำ แต่มีหลายเรื่องที่ลับ แต่ไม่ได้ลับตลอดไป เรื่องลับนี้เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป ก็จะถูกเปิดเผย
"ยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ วันนี้ครม.มีมติถอน เอกสารมุมแดงออกจากชั้นความลับ เป็นเรื่องร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ว่าด้วยการให้อำนาจการเข้าถึงพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนคดีอาญา หมายความรวมถึงการดักฟังข้อมูลด้วย แต่ต้องเป็นในคดีอาญา ต้องขออนุมัติศาลก่อน ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะไปล่วงลับข้อมูลของท่าน วันนี้มีการถอนออกจากการเป็นเรื่องลับ เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้แล้ว กฎหมายทุกฉบับที่ผ่านสภาฯ ต้องมีการรับฟังความเห็นประชาชน ฟังข้อมูลความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องถอนจากเรื่องลับ เพื่อให้ไปดำเนินการฟังความเห็นได้" พลโทสรรเสริญ กล่าว
พลโทสรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องที่อยู่ในชั้นความลับ เมื่อเจ้าของเรื่องเสนอให้ ครม.รับทราบแล้ว เจ้าของเรื่องก็จะเก็บเอกสารไป จึงไม่ได้นำมาแถลง จนกว่าจะมีประกาศออกมาเปิดเผยออกมา เพราะถ้ามีมติครม.อนุมัติ แล้วประกาศก่อนเรื่องนั้นมีผลบังคับใช้ อาจมีการกักตุนสินค้าเอาไว้เก็งกำไร เป็นต้น เรื่องเรือดำน้ำ ฉันใดก็ฉันนั้น แม้ว่าจะลับในวันนั้น แต่วันข้างหน้ามันก็ไม่ลับอยู่ดี และการอนุมัติเรือดำน้ำไปนั้น เป็นการดำเนินการแบบจีทูจีกับประเทศจีน โดยครม.อนุมัติไป 1 ลำ 13,500 ล้าน เรื่องเข้าครม.ก็เรื่องหนึ่ง เรื่องจัดซื้อจัดจ้างก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะต้องโปร่งใสในแบบจีทูจี ตรวจสอบได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่ารัฐบาลจะปิดบัง ซ้อนเร้น หมกเม็ด เพราะทั้งหมดเป็นเงินภาษีของประชาชน
พลโทสรรเสริญ กล่าวว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ ซึ่งพิจารณาจากภัยคุกคามในอนาคตรวมถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในหลายมิติ ประเทศที่เราเห็นวันนี้เป็นมิตรกัน วันหน้าเมื่อทรัพยากรลดลง ความสัมพันธ์มันอาจเปลี่ยนแปลงไป อาจมีเรื่องการแย่งชิงผลประโยชน์ โดยเฉพาะทางทะเลที่ก้ำกึ่งมองไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร จึงต้องมีอุปกรณ์ที่ดูแลผลประโยชน์ชาติได้ แม้อุปกรณ์ของไทยจะน้อยกว่า แต่ก็สามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ป้องกันการแย้งชิงผลประโยชน์จากเราได้ ทุกอย่างเป็นไปเพื่อป้องกันและป้องปราบ ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ไม่ได้เพิ่งมาคิด
"เรื่องศักยภาพประเทศไม่ค่อยมีใครเขาประโคมข่าวกัน เราจะไม่ค่อยเห็นเพื่อนบ้านประกาศว่ามีอาวุธอย่างไรบ้าง นอกจากข้อมูลในหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยตรง" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว



