
รายงาน-สกัดต่างชาติ-ฮุบที่นา
ประเทศไทยเป็น "อู่น้ำ-อู่ข้าว" ที่อุดมสมบูรณ์มานาน
แต่ตอนนี้ กลับมี "ต่างชาติ" หวังฮุบที่นาของชาวนาไทยไปเสียนี่
ขณะที่ประเทศเราเศรษฐกิจพึ่งพาภาคเกษตรทั้งนั้น โดย "การเกษตร" เป็น "หัวใจ" ของประเทศเรา
ดังนั้นขืนปล่อยไว้ ไม่ทำอะไรเลย แย่แน่ !!!
"ขณะนี้คณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม ได้ยกร่างกฎหมายฉบับนี้เสร็จแล้ว และจะนำตัวร่างเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกระทรวงเกษตรฯ ในวันที่ 17 กันยายนนี้ เพื่อขัดเกลาอีกครั้งหนึ่ง" นิกร จำนง ที่ปรึกษาคณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ เล่าถึงความคืบหน้าล่าสุดของการยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
"จากนั้นก็จะนำร่างดังกล่าวเข้าสู่การทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิการถือครองทรัพย์สินของประชาชนด้วยว่า มีจุดอ่อน-จุดแข็ง อย่างไร ซึ่งขั้นตอนนี้คงใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และจะเข้าสู่ ครม.และสภาต่อไป"
ส่วนสภาพปัญหาที่พบเกี่ยวกับที่นาของเราในขณะนี้นั้น เขาบอกว่า เรื่องที่มีข่าวว่า ชาวต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินนั้น จากการตรวจสอบของดีเอสไอ ตำรวจและทางจังหวัดรวมทั้งเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่มีปรากฏอย่างชัดเจนว่า คนต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินในเชิง "นอมินี" สำหรับการทำนา
แต่ขณะนี้ที่น่าเป็นห่วง คือ การได้ข้อมูลจากกลุ่มตัวแทนชาวนาในพื้นที่ภาคกลางว่า มีการมาเช่าพื้นที่นาเป็นจำนวนมากๆ ซึ่งถ้าเป็นการเช่าและมี "นอมินี" มาทำการเช่า ทางการจะตรวจสอบได้ยากมาก
"แต่ถ้าชาวต่างชาติไม่ซื้อแต่มาเช่าที่นา ก็เป็นการผิดกฎหมายการทำธุรกิจของต่างด้าวเหมือนกัน คือ เราจะไม่ยอมให้คนต่างด้าวมาทำธุรกิจทำนาเสียเอง เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงในเรื่องอาหารและด้านข้าวของเรา ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่มาก"
"นิกร" ยังบอกว่า เท่าที่ฟังจากตัวแทนชาวนาในพื้นที่ภาคกลาง ชาวนาเช่าที่นาคนอื่น ทำนาเสียเป็นส่วนใหญ่
ดังนั้นถ้าหากเจ้าของที่นาเหล่านั้น ได้เงินจากค่าเช่าของบุคคลอื่นที่ให้มากกว่า เขาอาจไม่ให้ชาวนาที่เช่าที่นามาแต่เดิมตั้งแต่ไหนแต่ไร เช่าเพื่อทำนาก็ได้
และหากกลุ่มคนที่มาเช่าและให้เงินค่าเช่ามากๆ เป็น "นอมินี" ของชาวต่างชาติด้วยแล้ว ชาวนาไทยเราลำบากแน่
"ทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ ผมจึงได้ทำความเห็นไปยังกระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่กระทรวงพาณิชย์ดูแลการทำธุรกิจของคนต่างด้าวว่า อยากให้เขียนลงไปให้ชัด ใน พ.ร.บ.การทำธุรกิจคนต่างด้าวปี 2542 ว่า กรณีที่คนต่างด้าวมาเช่าที่นาเพื่อทำนาโดยแอบใช้คนไทยเป็นผู้เช่า คนที่เป็น "นอมินี" หรือ "นายหน้า" ให้แก่ชาวต่างชาติ ก็มีความผิดด้วย เพราะไปส่งเสริมหรือสนับสนุนหรือดำเนินการให้คนต่างด้าวทำผิดกฎหมาย"
"ส่วนเจ้าของที่นา หรือ "ผู้ให้เช่า" เมื่อทราบหรือรู้อยู่แล้วว่า คนที่มาเช่าที่นาที่แท้จริงเป็นคนต่างด้าว "ผู้ให้เช่า" ก็ต้องมีความผิดด้วย เพราะยอมให้คนต่างด้าวใช้ที่ดินของตนเองกระทำความผิด โดยความผิดลดหลั่นกันไปเพื่อเป็นการป้องกัน เพราะเรื่องนี้เป็นความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก"
ส่วนชาวต่างชาติที่มาเช่าที่นา ก็มีความผิดตาม พ.ร.บ.การทำธุรกิจคนต่างด้าว ซึ่งห้ามชาวต่างชาติทำนา ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 3 ปี
"สำหรับใน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม เราเขียนไว้ว่า ถ้าคนต่างชาติมาแอบซื้อที่โดยใช้ "นอมินี" และตรวจสอบพบ ก็ให้การซื้อขายและการถือครองนั้นเป็นโมฆะไป แล้วให้รัฐเข้ามาบังคับซื้อตามราคาประเมิน เพราะถือว่าเป็นพื้นที่ที่เราคุ้มครองไว้สำหรับการทำการเกษตรของประเทศ และมีความผิดทางอาญาด้วย โดยต่างชาติมีโทษจำคุก 6 เดือนและปรับ 1.2 แสนบาท ส่วน "นอมินี" ก็มีโทษอาญาด้วย เช่น จำคุก 3 เดือน ปรับ 6 หมื่นบาท โดยมีโทษลดหลั่นกันไป"
นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม ยังคุ้มครองทุกส่วน ไม่ใช่เฉพาะป้องกันเรื่องคนต่างชาติ เข้ามาถือครองพื้นที่เกษตรกรรมเท่านั้น แต่เป็นการคุ้มครองพื้นที่และรักษาไว้เพื่อการเกษตร ไม่ให้มีการเอาที่ดินเกษตรกรรม ไปทำบ้านจัดสรร ไปทำโรงงาน
เนื่องจาก ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการคุ้มครองพื้นที่การเกษตร คุ้มครองรักษาไว้เพื่อให้ดำรงอยู่
มิเช่นนั้นความเจริญจะรุกเข้าไปในพื้นที่ที่ควรจะเป็นพื้นที่อาหาร ขณะที่ประเทศเราเศรษฐกิจต้องพึ่งพาภาคเกษตรทั้งนั้น
"ถ้าต่างชาติเข้ามายึดครอง เราก็เสียภาคเกษตรซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายของเรา และถ้าไม่คุ้มครองพื้นที่การเกษตรไว้ เราจะมองหน้าบรรพชนได้อย่างไร และลูกหลานเราจะทำอย่างไร" นิกรกล่าวทิ้งท้ายชวนให้คิด
**โต๊ะข่าวการเมือง**



