
รอยยิ้มของน้องหม่อง-น้ำตาของเคโงะ
ความฝันของ ด.ช.หม่อง ทองดี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านห้วยทราย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่จะเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน ได้กลายเป็นจริงแล้ว
หลังจากทำท่าจะเป็นฝันสลายมาตั้งแต่ต้น เมื่อกระทรวงมหาดไทยไม่ยอมออกเอกสารสำหรับเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นให้ อ้างว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเนื่องจากไม่มีสัญชาติไทย จนกลายเป็นประเด็นใหม่ที่สังคมต่างให้ความสนใจว่าเหตุใดกระทรวงมหาดไทยจึงดูแต่เรื่องความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก จนละเลยไม่ให้ความสำคัญต่อคุณค่าของคนโดยเฉพาะคนด้อยโอกาสและไร้สัญชาติ กระทั่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
ฝันร้ายที่กลับกลายเป็นฝันดีของ ด.ช.หม่อง ไม่ได้มาจากความสงสารดังที่ข้าราชการและนักการเมืองหลายคนให้ความเห็น อีกทั้งไม่ได้มาจากแรงกดดันของสังคม และไม่ใช่เรื่องของความใจดีของผู้ใหญ่ ดังที่นายอภิสิทธิ์ตอบ ด.ช.หม่อง ตอนที่กล่าวขอบคุณและชมว่า "นายกฯ ใจดี" แต่มาจากการต่อสู้เพื่อมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิของเด็กที่ถูกมองข้ามมาตลอด ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กมาตั้งแต่ต้น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กนี้จะมุ่งส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเด็กทุกคนที่อยู่ในความดูแลของประเทศไทยอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของเด็กในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ชาติพันธุ์ หรือสังคม ทรัพย์สิน ความทุพพลภาพ การเกิด หรือสถานะอื่นๆ ของเด็ก หรือบิดามารดา หรือผู้ปกครองทางกฎหมาย ที่สำคัญก็คือได้ระบุชัดว่า การกระทำหรือการดำเนินการทั้งหลายต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก สิทธิในการมีชีวิต การอยู่รอด และการพัฒนาทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของเด็ก และการให้ความสำคัญต่อความคิดเห็น
ช่วงเดียวกับที่ ด.ช.หม่อง กำลังยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ ด.ช.เคโงะ เด็กลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ที่เคยมีรอยยิ้มเบิกบานแบบเดียวกันนี้กลับเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตา เมื่อฝันดีก่อนหน้านี้คราวที่สามารถติดต่อกับพ่อบังเกิดเกล้าในญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกกลายเป็นฝันสลายในตอนจบ เมื่อไม่สามารถติดต่อกับพ่อที่เคยให้สัญญาว่าจะบินมาพบในช่วงเทศกาลแข่งเรือยาวประจำจังหวัดพิจิตร แต่ครั้งนี้กลับไม่มีสื่อหรือหน่วยงานใดที่เคยบ่มเพาะเด็กให้มีฝันลมๆ แล้งๆ จะยื่นมือเข้าไปปลอบโยนแต่อย่างใด อย่างน้อยเพื่อรักษาจิตใจและอารมณ์ไม่ให้จมอยู่กับฝันที่ไม่เป็นจริงอีกต่อไป จนอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต



