
"บิ๊กป้อม" ประชุมสภากลาโหมกำชับผู้นำเหล่าทัพเข้ม
“บิ๊กป้อม”เข้มเหล่าทัพน้อมนำพระราโชวาทร.10 ปฏิบัติศึกษารธน.เกาะติดกม.ทุกฉบับคาดตั้งโรงซ่อมอาวุธเสร็จก.ค.นี้กำชับดูแลกำลังพล
24 เม.ย.60 -.ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวผลการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยมี ผู้บัญชาการเหล่าทัพและหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมว่า พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำ ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ น้อมนำพระราโชวาท ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 10 ที่ได้พระราชทานพระราโชวาท เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา นำไปถ่ายทอดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับทราบพร้อมทั้งน้อมนำเป็นหลักในการปฏิบัติงาน ในส่วนของกระทรวงกลาโหม
ขณะเดียวกันพล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ทำการศึกษาและทำความเข้าใจในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ในภาพรวมและให้ ความสำคัญในการดำเนินงาน ในความรับผิดชอบของกระทรวงกลาโหม ที่ได้บัญญัติไว้รวมทั้งศึกษาติดตามความเชื่อมโยงของกฎหมายต่างๆที่กำลังทยอยออกมาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินการปฏิรูปประเทศและการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวถึง การปฏิรูปงานวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม โดยให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพให้ความสำคัญงานวิจัยที่มุ่งสู่การผลิตและการใช้งานจริงตามความต้องการของแต่ละเหล่าทัพและให้ประสานกันในระหว่างเหล่าทัพอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศซึ่งเป็นหนึ่งในงานปฏิรูปกองทัพ ที่มุ่งสู่การพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืนในอนาคต เพื่อลดภาระงบประมาณ การจัดหายุทโธปกรณ์โดยการผลิตยุทโธปกรณ์ ในประเภทและชนิดที่เหมาะสม ตามศักยภาพและความเชี่ยวชาญ ของกองทัพที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าตามลำดับ เช่น การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และการจัดทำยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เรื่องการจัดตั้งโรงงาน ซ่อมสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือ กับสาธารณประชาชนจีนและประเทศอื่นๆซึ่งจะได้ข้อสรุปและสามารถอนุมัติแนวทางได้ เพื่อจัดตั้งโรงงานซ่อม สร้างยุทโธปกรณ์ภายในกรกฎาคมนี้ รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถของโรงงานในการผลิตยางรถยนต์ ทั้งทางทหารและเชิงพาณิชย์ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำและการเสนอของบประมาณ
ในส่วนของการบังคับบัญชาการปกครองกำลังพลและการฝึกทหารใหม่ พล.อ.ประวิตร ยังเน้นย้ำให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพได้กำกับ ดูแลการปกครองบังคับบัญชากำลังพลทุกระดับ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป็นไปตามแบบธรรมเนียมวินัยทหารที่กำหนด
“รมว.กลาโหมได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการเป็นทหาร กองประจำการประจำปี 2560 ที่ผ่านมาโดยในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยพร้อมทั้งได้กำชับขอให้จำกัดดูแลการฝึกทหารใหม่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทหารใหม่ที่จะเข้ามาต้นเดือนพฤษภาคม 2560 นี้ โดยให้ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากการฝึกในสภาพอากาศร้อนจัดและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมทำเน้นย้ำในเรื่องการลงโทษตามวินัยที่กำหนดเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับทางราชการและยังว่าการที่ทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชา การกดขี่ ข่มเหง จะเกิดขึ้น ไม่ได้โดยเด็ดขาด” โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว
ในเรื่องการสนับสนุนการเตรียมการสร้างความปรองดอง พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวเน้นย้ำ ขอให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพสนับสนุนการดำเนินการการสร้างความปรองดอง และประสานงานอย่างใกล้ชิดซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ซึ่งทำเสร็จไปแล้วในขั้นต้น และจะต้องมีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อให้ทุกพรรคการเมืองกลุ่มการเมืองหรือทุกภาคส่วนมาตรวจสอบข้อมูลข้อคิดเห็นที่เคยเสนอไว้จะดำเนินการในพื้นที่ส่วนกลางในวันที่ 26 เมษายนนี้ในส่วนของภูมิภาคใดมอบให้กองทัพภาครับผิดชอบจัด 2-3 ครั้งโดยเป็นกลุ่มจังหวัดจังหวัดละ 49 จังหวัดและจะทำต่อเนื่องกันแล้วจะแล้วเสร็จภายในต้นสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม.



