ข่าว

 1155ตร.ท่องเที่ยว..."เพื่อนคนแรกชาวต่างชาติ"

1155ตร.ท่องเที่ยว..."เพื่อนคนแรกชาวต่างชาติ"

06 ก.ย. 2552

ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย ไม่เพียงแค่สะท้อนความโชคร้ายของผู้เสียหายเฉพาะรายบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงภาพรวมการท่องเที่ยวสยามเมืองยิ้มแห่งนี้ด้วย

พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ในฐานะผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.) ซึ่งดูแลด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กำลังเร่งทำงานเชิงรุกเพื่อฟื้นฟูความมั่นใจของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง

 ถาม : นโยบายการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว
 พล.ต.ต.อดิศร์ : ตำรวจท่องเที่ยวใช้งบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทำตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยชั่วคราวทั้งหมด แต่ก็ไม่ทิ้งนักท่องเที่ยวชาวไทย การที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินำเงินตราเข้าประเทศ เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวว่า มาเที่ยวเมืองไทยแล้วปลอดภัย คำว่า "ปลอดภัย" เป็นสิ่งที่ตำรวจท่องเที่ยวต้องดูแลเกือบทั้งหมด ทั้งปัญหาอาชญากรรม ความเดือดร้อนรำคาญ การถูกเอารัดเอาเปรียบจากแก๊งกระตุกขา ซึ่งมารุมล้อมนักท่องเที่ยวรบเร้าให้ซื้อสินค้า ตลอดจนกรณีหนักๆ อย่างการประทุษร้ายต่อชีวิต

 ทั้งนี้ตำรวจท่องเที่ยวที่ทำงานในสนามบินต่างๆ มีหน้าที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ทำหน้าที่เป็นล่าม ธุรการ และทำงานป้องกันและปราบปราม ที่เน้นการประทุษร้ายต่อทรัพย์ เช่น การทำร้ายนักท่องเที่ยว ลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ยกตัวอย่าง กรณีลักทรัพย์นักท่องเที่ยวที่สายพานลำเลียงในสนามบินภูมิภาค แต่นักท่องเที่ยวมารู้ตัวว่ามีทรัพย์สินสูญหายไปเมื่อเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว ก็จะประสานไปยังสนามบินต้นทาง เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ เป็นต้น เพื่อขอดูกล้องซีซีทีวีว่า ใครที่ขโมยของนักท่องเที่ยวไป 

 ล่าสุดก็เพิ่งจับกุมคนร้ายได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเป็นการทำงานรวมกันของเจ้าหน้าที่สนามบินและตำรวจท่องเที่ยวยังเฝ้าระวังการลักทรัพย์ที่บริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน คนร้ายมักจะจ้องขโมยของมีค่า โน้ตบุ๊ก ที่นักท่องเที่ยวเผลอนอนหลับ หรือวางไว้ที่รถเข็นตอนเข้าเช็กอิน ตรงส่วนนี้ก็มีข้อมูลภาพที่สามารถระบุกลุ่มคนร้ายว่าเป็นชาติใดบ้าง นอกจากนี้ยังคอยอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวกรณีของสำคัญหาย เช่น พาสปอร์ตหายก็จะแจ้งสถานทูต แจ้งเคลมประกัน พูดง่ายๆ ตำรวจท่องเที่ยวทำทุกอย่าง ทั้งบริการและป้องกันปราบปราม เพียงแต่เราไม่มีอำนาจสืบสวน จึงต้องส่งต่อให้ตำรวจท้องที่ สภ.ราชาเทวะ ดำเนินคดี

 ถาม : ทำไมตำรวจท่องเที่ยวถึงไม่สอบสวนคดีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวโดยตรง
 พล.ต.ต.อดิศร์ : ตำรวจท้องที่ทำงานได้ดีอยู่แล้ว อาจจะมีปัญหาด้านบุคลากรบ้าง ทั้งนี้ไม่มีระบบอะไรที่ไม่มีช่องว่าง หากไม่มีใครเข้าไปหาผลประโยชน์ปัญหาก็ไม่เกิด หากจะให้ตำรวจท่องเที่ยวดำเนินการสอบสวนเองก็เป็นเรื่องที่ครบวงจรแบบวันสต็อปเซอร์วิส ในใจก็อยากทำแต่เราไม่พร้อม ขาดแคลนทั้งบุคลากรและสถานที่ ขณะนี้ก็ขาดแคลนรองสารวัตรทำหน้าที่ป้องกันปราบปราม และไม่มีรองสารวัตรสายสืบสวนก็สอบสวนคดีไม่ได้ ส่วนตำรวจชั้นประทวนเกือบครบ หากจะรับอำนาจสืบสวนมาด้วยคงต้องปรับกันยกใหญ่ แม้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย

 ถาม : ปัญหาอาชญากรรมที่มักเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว
 พล.ต.ต.อดิศร์ : ปัญหาอาชญากรรมที่มักเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาลักทรัพย์ ทั้งในและนอกสนามบิน เช่น การลักทรัพย์ในกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ได้มอบความไว้วางใจให้เจ้าหน้าที่สนามบินรับผิดชอบไปแล้ว และแก๊งลักทรัพย์ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว ก็มีการประสานความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สนามบิน เพื่อดูข้อมูลจากกล้องวงจรปิด มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมผู้ต้องสงสัย และยังเคยติดตามแก๊งลักกระเป๋านักท่องเที่ยวไปไกลถึงวัดพระแก้ว ห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่า ซึ่งคนร้ายมักเป็นชาวต่างชาติมีการทำงานกันเป็นทีม คดีลักษณะนี้สามารถติดตามจับกุมมาดำเนินคดีอยู่บ่อยครั้ง

 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังต้องเจอกับแก๊งลวงซื้อสินค้า เช่น ลวงซื้อจิวเวลรี่ราคาแพง มีแก๊งต้มตุ๋นเล่นละครเศร้าเป็นฉากๆ จนนักท่องเที่ยวใจอ่อนยอมซื้อในราคาแพง เมื่อกลับประเทศไปแล้วไปค้นในอินเทอร์เน็ตจึงรู้ว่าถูกหลอก ติดต่อให้ตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือก็มี และอยากให้ระวังการถูกสัมผัสจากคนหรือนักท่องเที่ยวด้วยกันเอง อาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งมอมยารูดทรัพย์ได้เช่นกัน

 ตอนนี้กำลังจับตากลุ่มรถทัวร์ 30 หรือรถรับจ้างไม่ประจำทาง ซึ่งประกอบธุรกิจต่ำกว่าทุน ค่าตั๋วโดยสารราคาถูก ดำเนินกิจการอยู่แถวๆ ถนนข้าวสารและแหล่งท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายเพื่อลักทรัพย์จากกระเป๋าเดินทางที่อยู่ใต้ท้องรถ พอรถทัวร์ 30 ออกเดินทางจะมีทีมงานมุดไปใต้ท้องรถเพื่อรื้อค้นสิ่งมีค่า พอเสร็จแล้วก็จะส่งสัญญาณให้คนขับจอดกลางทาง เมื่อนักท่องเที่ยวรู้ว่าของหายก็จะไม่เจอของกลางอยู่ที่เด็กรถและคนขับรถ ที่ผ่านมาเคยมีการจับกุมและดำเนินคดีก็ทำได้เพียงแค่ผู้กระทำผิด แต่ไม่สามารถตัดต้นตอของปัญหาได้ ซึ่งต้องดำเนินการยึดรถและดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการ

 ส่วนปัญหาไกด์และแท็กซี่ก็ยังเป็นปัญหาเก่าๆ ที่กำลังถูกแก้ไขอยู่เรื่อย ล่าสุดรัฐบาลกำลังเอาจริงกับเรื่องนี้ ดึงหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมมือกัน เพื่อกดดันกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำที่ทำงานร่วมกับไกด์ ชักจูงนักท่องเที่ยวให้ขึ้นรถแท็กซี่ป้ายดำ อย่างแย่ๆ น้อยหน่อยก็เอาไปทิ้งกลางทาง หรืออาจมีการอัพราคากลางทาง เช่น ตกลงไปพัทยา 1,000 บาท แต่ปรากฏว่ามา 3 คนกลายเป็น 3,000 บาท ตลอดจนการพานักท่องเที่ยวไปลักทรัพย์ ขโมยกระเป๋า และข่มขืน

 ถาม : นโยบายเชิงรุกที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างปลอดภัย
 พล.ต.ต.อดิศร์ : ตอนนี้กำลังจัดทำสติกเกอร์ติดรถทัวร์ รถแท็กซี่ และสามล้อ เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อเกิดปัญหานักท่องเที่ยวจะจำหมายทะเบียนรถไม่ได้ จึงทำต้องทำเป็นใบคำเตือนหลายภาษาแขวนด้านหลังเบาะ เพื่อเตือนให้นักท่องเที่ยวจดจำว่า เวลาขึ้นรถพวกเขาต้องจดจำอะไรบ้าง นอกจากนี้ กำลังทำสายด่วนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว มีการแจกบุ๊กมาร์ก หรือที่คั่นหนังสือ ระบุหมายเลขสายด่วน 1155 จะเริ่มแจกนักท่องเที่ยว 2 ล้านชิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ โดยจะแนบมากับพาสปอร์ตตอนคืนให้นักท่องเที่ยว โดยสายด่วน 1155 จะเปรียบเสมือนว่าเราอาสาเป็นเพื่อนคนแรก ที่จะดูแลยามมีทุกข์

 ...ต่อนี้ไปนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเมืองไทยคงสบายใจหายห่วง เพราะมีปัญหาเมื่อใดก็โทร 1155 ตำรวจท่องเที่ยวยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ คงอุ่นใจขึ้นเยอะ... 

 ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง