ข่าว

"พล.อ.ประวิตร"สั่งเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ความมั่นคง

"พล.อ.ประวิตร"สั่งเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ความมั่นคง

24 เม.ย. 2560

"พล.อ.ประวิตร"สั่งเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ความมั่นคงใน-ต่างประเทศ เข้มเกาะติดความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลีใกล้ชิด ชี้ไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งในประเทศรับรู้-ใช้กฎหมาย

          24 เม.ย.60 - ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวผลการประชุมสภากลาโหม ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพและหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมในเรื่องความมั่นคง โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะความมั่นคงของประเทศในภาพรวมที่เชื่อมโยงทุกมิติของสังคม ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดนเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเราไม่ได้คู่ขัดแย้งกับใคร 

          โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในขณะเดียวกันสถานการณ์ภายในประเทศ หากบ้านเมืองไม่มีความสงบเรียบร้อยกลไกลต่างๆของประเทศเดินหน้าต่อไม่ได้ จึงจำเป็นต้องร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานด้านความมั่นคงให้มากขึ้นนอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังพูดถึงความขัดแย้งทางการเมืองและความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำทุกเรื่อง ที่ทำได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ มุ่งเน้นให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อย ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามวางรากฐานของประเทศและสามารถขับเคลื่อนบริหารบ้านเมืองไปได้มาก เพราะประเทศมีความสงบเรียบร้อย ซึ่งการที่จะมีความสงบเรียบร้อยได้ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม เพื่อให้สังคมและประชาชนส่วนใหญ่สามารถทำมาหากินได้อย่างปกติสุข

          พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึง ประเทศมีความขัดแย้งมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ความปรองดองของคนในชาติ จึงมีความสำคัญยิ่ง เพราะจะช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อม ให้การเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนด โดยการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองมีความก้าวหน้าไปมาก มีการตอบรับและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน  

          "พล.อประวิตร ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องเปิดใจกว้างรับฟังกันรอบด้านร่วมทบทวนเรียนรู้และทำความเข้าใจไปพร้อมพร้อมกันด้วยเหตุผลที่จะต้องยึดเอาประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติร่วมเดินหน้าสู่กระบวนการปรองดองที่มีประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของเพื่อประกาศเจตนารมณ์ของประชาชน และการกำหนดกรอบอนาคตการอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุขซึ่งคือผลจากเป้าหมายของการปรองดองที่เป็นความหวังร่วมกันของคนในชาติ" โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ.