ข่าว

เหยื่อโชกุน-ยูฟัน ไม่อยากสูญเงินต้องขอรับชำระหนี้

เหยื่อโชกุน-ยูฟัน ไม่อยากสูญเงินต้องขอรับชำระหนี้

24 เม.ย. 2560

อธิบดีบังคับคดีแนะเหยื่อแชร์ลูกโซ่ “โชกุน-ยูฟัน” ยื่นเรื่องขอรับชำระค่าเสียหายหลังศาลมีคำพิพากษา อย่าปล่อยให้หมดอายุความ

         24 เม.ย. 2560  - น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวถึงการดำเนินการเกี่ยวกับคดีของน.ส.พสิษฐ์ อริยชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน กรรมการบริหารบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน หลอกลวงให้ซื้ออาหารเสริมแลกทัวร์ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ลอยแพผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย ว่า ตนได้รับการประสานจากพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้ส่งเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีเข้าร่วมหารือในคดีดังกล่าวกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 28 เม.ย.นี้ เนื่องจากคดีฉ้อโกงประชาชนเป็นคดีอาญาเกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่ง ซึ่งที่ผ่านมา มีหลายคดีที่ผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินการหลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เพราะเข้าใจว่ารัฐจะต้องเป็นผู้นำเงินมาคืนให้กับโจทก์ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด ตามขั้นตอนหลังจากอัยการยื่นคำฟ้องจำเลยแล้ว โจทก์ในฐานะผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องร่วมกับอัยการเพื่อขอให้จำเลยชำระค่าเสียหาย หากไม่มายื่นคำร้องภายใน 10 ปี หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ถือว่าหมดสิทธิในการได้รับเงินคืน โดยผู้เสียหายอาจจะรวมกันและยื่นคำร้อง เพื่อขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อทำการสืบทรัพย์ และยื่นคำร้องต่อกรมบังคับคดีเพื่อขอให้บังคับคดีและทำการสืบทรัพย์สินที่มีอยู่ หรืออาจจะเป็นการอายัดเงินเดือนเพื่อนำมาชดใช้ให้กับผู้เสียหาย
   
 
    น.ส.รื่นวดี กล่าวต่อว่า กรมบังคับคดีไม่ได้ทำเรื่องแชร์ลูกโซ่เฉพาะคดีของน.ส.พสิษฐ์เท่านั้น ก่อนหน้านี้ยังได้ทำแชร์ชม้อย และแชร์ยูฟันด้วย โดยตนก็จะหารือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายต่อไป เพราะจุดอ่อนของผู้เสียหายคือไม่รู้ขั้นตอนและวิธีการว่าหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้วจะดำเนินการต่ออย่างไร เพื่อให้ได้เงินคืนกลับมา. แม้คดีอาญากับคดีแพ่งจะมีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน แต่คดีอาญาอัยการจะเป็นผู้ดำเนินการให้ ส่วนคดีแพ่งโจทก์จะต้องเป็นผู้ดำเนินการตั้งเรื่องเอง โดยการเรียกค่าสินไหมทดแทน โจทก์จะต้องเป็นผู้ดำเนินการตามมาตรา40-44/1 ของกฎหมายประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง
----------